ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว : มวยโบราณสกลนคร
ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว : มวยโบราณสกลนคร

ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย : ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว : มวยโบราณสกลนคร

โดย ThaiVerse การดู 60 ครั้ง0 แชร์
ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย

ข้อมูลทั่วไปของเทศกาล

มวยโบราณสกลนคร เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชนเผ่าญ้อในจังหวัดสกลนคร เป็นมวยแบบหนึ่งมีมาแต่โบราณ บางครั้งเรียกว่า “เสือลากหาง” มวยดังกล่าวนี้นิยมฝึกหัดกันตามคุ้มวัดของหมู่บ้าน เพื่อให้มีกำลังแข็งแรง สามารถใช้ต่อสู้ป้องกันตัวได้ แต่ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความสวยงามของลีลาท่ารำ ท่าฟ้อน นอกจากนี้ยังมีการรํ่าเรียนเวทมนต์คาถาเสกเป่าหมัด เท้า เข่า ศอก ให้มีพละกำลังแข็งแกร่งจนคู่ต่อสู้ทำอันตรายไม่ได้ การแสดงมวยโบราณมักทำกันในงานเทศกาลงานบุญและงานประเพณีต่าง ๆ เช่น เทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษา เทศกาลออกพรรษา เป็นต้น ในเทศกาลงานบุญเหล่านี้ ชาวบ้านในแต่ละคุ้มวัดจะจัดขบวนแห่ของคุ้มวัดของตนเข้าร่วมขบวนอย่างสนุกสนาน ขบวนแห่นอกจากจะประกอบด้วยผู้คนที่แต่งกายสวยงามตามแบบพื้นเมือง ฟ้อนรำไปตามถนนหนทางแล้ว ยังมีคณะนักมวยของแต่ละคุ้มรำออกหน้าขบวนเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็นอีกด้วย

มวยโบราณสกลนคร เป็นกีฬาพื้นบ้านและศิลปะการต่อสู้ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างนาฏศิลป์พื้นบ้านอีสานและชั้นเชิงการต่อสู้แบบมวยโบราณ โดยเน้นให้เห็นลีลาท่าทางที่งดงาม มิใช่เป็นมวยที่เข้าคลุกวงในชกเอาแพ้ชนะกันเช่นมวยในปัจจุบัน เพราะจะทำให้เห็นลีลาท่าฟ้อนรำน้อยไป

การรำมวยโบราณ เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีศิลปะในตัวเอง ไม่เคร่งครัดตายตัวในแบบแผนและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ความงดงามอยู่ที่ท่าทางการไหว้ครู ซึ่งใช้ลีลาจากอากัปกิริยาของสัตว์ เช่น เสือ ช้าง ม้า วัว ควาย มาดัดแปลงเป็นลีลาการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ นักมวยบางคนยังนำเอาท่าทางการเคลื่อนไหวของลิงและยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์มาประดิษฐ์เป็นท่าทางร่ายรำอย่างสวยงามอีกด้วย

มวยโบราณสกลนครมีประวัติความเป็นมายาวนานเท่าใดไม่ปรากฏ แต่เริ่มมีการบันทึกและสืบทอดโดยครูจำลอง นวลมณี ซึ่งท่านได้อนุรักษ์มวยโบราณสกลนครไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันลํ้าค่า ได้ถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้และพัฒนามาเป็นศิลปะการแสดงในปัจจุบัน

การแสดงมวยโบราณ แบ่งเป็น ๓ ขั้นตอน คือ เริ่มด้วยการรำหมู่เป็นขบวนแห่ ตามด้วยท่าไหว้ครูหรือรำเดี่ยว แล้วแสดงการต่อสู้ในขั้นตอนสุดท้าย

๑. การแสดงหมู่หรือเป็นขบวนนี้ เป็นการแสดงกลางแปลงหรือขบวนแห่ มีการรำเป็นคู่ ท่ารำที่สำคัญมีอยู่ด้วยกัน ๙ ท่า คือ ๑. กาเต้นก้อนขี้ไถ ๒. หวะพราย ๓. ย้ายสามเส้า ๔. น้าวเฮียวไผ่ ๕. ไล่ลูกแตก ๖. ช้างม้วนงวง ๗. ทวงฮักกวักชู้ ๘. แหวกถลากาตากปีก และ ๙. เลาะเลียบตูบ

๒. การรำเดี่ยว เป็นการรำไหว้ครูของนักมวยก่อนจะมีการสู้กัน โดยกรรมการจะเต้นท่ากาเต้นก้อนขี้ไถออกมารอบ ๆ วงก่อน จากนั้นนักมวยที่จะต่อสู้กันจะออกมาคนละฝ่าย คือ ชุดสีแดงกับชุดสีนํ้าเงิน เพื่อให้เกิดความแตกต่าง การแสดงเดี่ยวหรือการรำไหว้ครูนี้สามารถแสดงเดี่ยวบนเวทีได้

ความงดงามของมวยโบราณอยู่ที่ท่าทางการไหว้ครู ซึ่งเป็นท่าฟ้อนที่อ่อนช้อยแต่เข้มแข็ง ทะมัดทะแมงนั้นมีลีลามวยมากมายหลายแบบ ใช้รำต่อเนื่องเป็นขบวนท่า มีทั้งหมด ๑๖ ท่า แต่ละท่าจะมีชื่อเรียกดังนี้ คือ ๑. เสือออกเหล่า ๒. ย่างสามขุม ๓. กุมภัณฑ์ถอยทัพ ๔. ลับหอกโมกศักดิ์ ๕. ตบผาบปราบมาร ๖. ทะยานเหยื่อ ๗. เสือลากหาง ๘. กวางเหลียวหลัง ๙. ไก่เลียบเล้า ๑๐. น้าวคันศร ๑๑. กินนรเข้าถํ้า ๑๒. เตี้ยตํ่าเสือหมอบ ๑๓. ทรพีชนพ่อ ๑๔. ล่อแก้วเมขลา ๑๕. ม้ากระทืบโรง และ ๑๖.ช้างโขลงทะลายป่า

๓. การแสดงการต่อสู้ในเชิงศิลปะของมวยโบราณ เป็นขั้นตอนที่มีความสนุกสนานมาก โดยนักมวยทั้งสองฝ่ายจะต่อสู้กัน มีกรรมการเป็นผู้ห้าม การต่อสู้ใช้ฝ่ามือตีหรือตบคู่ต่อสู้ด้วยการใช้ชั้นเชิงและกลเม็ดของนักมวย ซึ่งนักมวยจะเข้าไปเล่นงานคู่ต่อสู้พร้อมกับมาร่ายรำเป็นระยะ ๆ แล้วจึงบุกรับเข้าไปอีก หรือเตรียมตั้งรับและตอบโต้คู่ต่อสู้ การตัดสินแพ้ชนะกันของมวยโบราณ กรรมการจะดูว่าฝ่ายไหนมีฝีมือมากน้อยเท่าใด แต่หากทั้งคู่มีฝีมือพอ ๆ กัน จะตัดสินที่ท่ารำเป็นสำคัญ แต่ส่วนใหญ่แล้วในปัจจุบันกรรมการมักจะตัดสินให้เสมอกัน เพื่อเป็นการให้เกียรตินักมวยผู้แสดงทั้งสองฝ่าย

การแต่งกาย นิยมนุ่งผ้าโจงกระเบนหยักรั้งเพื่อให้เห็นลายสักขา นิยมนุ่งผ้าสีแดงหรือสีนํ้าเงิน ปล่อยชายกระเบนห้อยลงมาพองาม มีผ้าคาดเอวสีแดงหรือสีนํ้าเงิน (ใส่สลับกับผ้านุ่ง คือ ผ้านุ่งสีแดง ผ้าคาดเอวก็สีนํ้าเงิน) ผ้าคาดเอวนี้จะช่วยรัดให้ผ้าโจงกระเบนแน่นกระชับ เปลือยท่อนบนให้เห็นรอยสัก มีการสวมมงคลหรือผ้าประเจียดโพกศีรษะ มีผ้ารัดต้นแขน (เป็นผ้าสีแดงมีตะกรุดหรือเครื่องรางของขลังที่ตนนับถืออยู่ข้างใน) ทั้งสองข้าง

เนื่องจากนักมวยโบราณมีความเชื่อมั่นในความคงกระพันชาตรีมาก ตามเนื้อตัว แขน ขา จึงนิยมสักลาย โดยท่อนบนของร่างกายมักจะสักเป็นรูปสัตว์ที่มีอำนาจที่แผงอก เช่น ครุฑ งู เสือ หรือหนุมาน นอกจากนั้นยังสักเป็นลวดลายและลงอักษรโบราณที่มีคาถาอาคม ส่วนตามโคนขาก็จะสักเป็นรูปพืชผัก เช่น ลายต้นข้าว ผักกูด การสักนี้มีจุดมุ่งหมายเหมือนกับมีเครื่องรางของขลังติดตัวไปด้วย ทำให้อยู่ยงคงกะพันแคล้วคลาดและเป็นมหาเสน่ห์

เครื่องดนตรีประกอบการแสดงใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน แบ่งออกได้เป็น ๔ กลุ่มใหญ่ คือ

1) เครื่องดีด ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีหลัก ได้แก่ พิณ

2) เครื่องสี ได้แก่ ซอกระบอกไม้ไผ่ (ซอด้วง)

3) เครื่องตี ได้แก่ กลองตุ้ม (กลองสองหน้า) โปงลาง และฆ้อง

4) เครื่องเป่า ได้แก่ แคน และโหวด ส่วนเพลงที่ใช้ประกอบ

การแสดง นิยมบรรเลงลายภูไทเลาะตูบ ทำนองภูไทน้อย

ปัจจุบันมวยโบราณจะมีการแสดงรำให้เห็นที่จังหวัดสกลนครเท่านั้นและค่อนข้างจะหาดูยาก แต่จากการที่มีการส่งเสริมให้มีการแสดงรำมวยโบราณอย่างเอาจริงเอาจัง ทำให้โรงเรียนต่าง ๆ ทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาหลายแห่ง ฝึกหัดรำมวยโบราณไว้คู่กับเมืองสกลนคร การอนุรักษ์และส่งเสริมอย่างจริงจังเพื่อรักษามวยโบราณไว้คู่กับเมืองสกลนคร

มวยโบราณสกลนคร ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖
แชร์เนื้อหา: