ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทเป็นประเพณีการเล่นโบราณที่จัดขึ้นที่ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจัดในวันที่ 17 เมษายนของทุกปี การละเล่นนี้เป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับประเพณีชักพระบาทของชาวตะปอน ซึ่งชาวบ้านจะมีการแห่ผ้าพระบาท มีงานบุญที่ทำร่วมกันที่วัด และร่วมกันเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทอย่างสนุกสนาน ทั้งที่วัดตะปอนน้อยและวัดตะปอนใหญ่ การเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทของที่นี่ปฏิบัติสืบทอดมาเป็นเวลานาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และถือเป็นกิจกรรมสำคัญของชุมชนแห่งนี้ ในปัจจุบันเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชนเป็นสำคัญ และเป็นการสืบทอดประเพณีการเล่นโบราณ ซึ่งการละเล่นนี้นิยมเล่นกันในภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะที่ตำบลตะปอนเป็นชุมชนที่มีการเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทสืบทอดต่อกันมายาวนานที่สุด อีกทั้งยังคงได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน
วัน เวลา และสถานที่
ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทจัดขึ้นที่ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โดยในวันที่ 15-16 เมษายน จัดที่วัดตะปอนน้อย และในวันที่ 17 เมษายน จัดที่วัดตะปอนใหญ่ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับประเพณีชักพระบาทของชาวตะปอน โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวบ้านจะมีการแห่ผ้าพระบาท มีงานบุญที่ทำร่วมกันที่วัด และร่วมกันเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทอย่างสนุกสนาน ในอดีตเป็นการแข่งขันเพื่อแย่งสิทธิ์ในการนำผ้าพระบาทไปประดิษฐานไว้หนึ่งปี แต่ปัจจุบันเป็นการแข่งขันเพื่อความสนุกสนานและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ชักเย่อเกวียนพระบาทเป็นประเพณีการเล่นโบราณที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โดยมี 'ผ้าพระบาท' เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งเป็นผ้าผืนใหญ่ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 7 เมตร มีรอยพระบาทจำลองสี่รอยซ้อนกันเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ได้แก่ พระกกุสันโธ, พระโกนาคม, พระกัสสปะ และพระโคตมพุทธเจ้า ผ้าพระบาทที่วัดตะปอนน้อยเป็นผ้าจำลองที่อัญเชิญมาจากวัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี ซึ่งสันนิษฐานว่าประเพณีนี้อาจมีที่มาจากประเพณีชักพระของภาคใต้ การเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทมีประวัติเล่าว่าในอดีตเชื่อว่าเมื่ออัญเชิญผ้าพระบาทขึ้นเกวียนแห่ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในชุมชน จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บของผู้คนที่เกวียนพระบาทชักลากผ่านไปทุเลาและหายลง อีกทั้งจะได้รับความโชคดี ทำให้เกิดกิจกรรมการเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทขึ้นตามมา โดยแต่ละบ้านส่งทีมมาแข่งขันกัน ทีมใดชนะก็จะได้สิทธิ์ในการนำผ้าพระบาทไปประดิษฐานไว้หนึ่งปี แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ผ้าพระบาทของวัดตะปอนใหญ่เป็นการคัดลอกขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งขัน สันนิษฐานว่าการเล่นชักเย่อเกวียนมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และสิ่งที่ทำให้ประเพณีนี้แตกต่างจากท้องถิ่นอื่นคือการนำผ้าที่มีรอยพระบาทจำลองมาตั้งไว้บนเกวียน แทนที่จะเป็นพระพุทธรูป
ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทเป็นประเพณีการเล่นโบราณที่จัดขึ้นที่ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจัดในวันที่ 17 เมษายนของทุกปี การละเล่นนี้เป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับประเพณีชักพระบาทของชาวตะปอน ซึ่งชาวบ้านจะมีการแห่ผ้าพระบาท มีงานบุญที่ทำร่วมกันที่วัด และร่วมกันเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทอย่างสนุกสนาน ทั้งที่วัดตะปอนน้อยและวัดตะปอนใหญ่ การเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทของที่นี่ปฏิบัติสืบทอดมาเป็นเวลานาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และถือเป็นกิจกรรมสำคัญของชุมชนแห่งนี้ ในปัจจุบันเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชนเป็นสำคัญ และเป็นการสืบทอดประเพณีการเล่นโบราณ ซึ่งการละเล่นนี้นิยมเล่นกันในภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะที่ตำบลตะปอนเป็นชุมชนที่มีการเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทสืบทอดต่อกันมายาวนานที่สุด อีกทั้งยังคงได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน
วัน เวลา และสถานที่
ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทจัดขึ้นที่ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โดยในวันที่ 15-16 เมษายน จัดที่วัดตะปอนน้อย และในวันที่ 17 เมษายน จัดที่วัดตะปอนใหญ่ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับประเพณีชักพระบาทของชาวตะปอน โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวบ้านจะมีการแห่ผ้าพระบาท มีงานบุญที่ทำร่วมกันที่วัด และร่วมกันเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทอย่างสนุกสนาน ในอดีตเป็นการแข่งขันเพื่อแย่งสิทธิ์ในการนำผ้าพระบาทไปประดิษฐานไว้หนึ่งปี แต่ปัจจุบันเป็นการแข่งขันเพื่อความสนุกสนานและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ชักเย่อเกวียนพระบาทเป็นประเพณีการเล่นโบราณที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โดยมี 'ผ้าพระบาท' เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งเป็นผ้าผืนใหญ่ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 7 เมตร มีรอยพระบาทจำลองสี่รอยซ้อนกันเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ได้แก่ พระกกุสันโธ, พระโกนาคม, พระกัสสปะ และพระโคตมพุทธเจ้า ผ้าพระบาทที่วัดตะปอนน้อยเป็นผ้าจำลองที่อัญเชิญมาจากวัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี ซึ่งสันนิษฐานว่าประเพณีนี้อาจมีที่มาจากประเพณีชักพระของภาคใต้ การเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทมีประวัติเล่าว่าในอดีตเชื่อว่าเมื่ออัญเชิญผ้าพระบาทขึ้นเกวียนแห่ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในชุมชน จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บของผู้คนที่เกวียนพระบาทชักลากผ่านไปทุเลาและหายลง อีกทั้งจะได้รับความโชคดี ทำให้เกิดกิจกรรมการเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทขึ้นตามมา โดยแต่ละบ้านส่งทีมมาแข่งขันกัน ทีมใดชนะก็จะได้สิทธิ์ในการนำผ้าพระบาทไปประดิษฐานไว้หนึ่งปี แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ผ้าพระบาทของวัดตะปอนใหญ่เป็นการคัดลอกขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งขัน สันนิษฐานว่าการเล่นชักเย่อเกวียนมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และสิ่งที่ทำให้ประเพณีนี้แตกต่างจากท้องถิ่นอื่นคือการนำผ้าที่มีรอยพระบาทจำลองมาตั้งไว้บนเกวียน แทนที่จะเป็นพระพุทธรูป