
“กฐิน” แปลว่า ไม้สะดึง คือกรอบไม้ชนิดหนึ่งสำหรับขึงผ้าให้ตึง สะดวกแก่การเย็บ ในสมัยโบราณเย็บผ้าต้องเอาไม้สะดึงมาขึงผ้าให้ตึงเสียก่อนแล้วจึงเย็บ เพราะช่างยังไม่มีความชำนาญเหมือนสมัยปัจจุบัน จุลกฐิน แปลว่ากฐินน้อย คือ กฐินอย่างหนึ่งซึ่งทุกคนช่วยกันทอให้เป็นผ้า สังฆาฏิ จีวร หรือ สบง ผืนใดผืนหนึ่งหรือทั้งสามผืนก็ได้ เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้าย อิ้ว ดีด ล้อ เข็น เปีย ฆ่าฝ้าย กวัก เผี่ยนหลอด ฮ้นหูก สืบหูก กางหูก ตั่มหูก ตัดเย็บ ย้อม ซัก และทำผ้าให้แห้ง โดยให้แล้วเสร็จเป็นผืนภายใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง แล้วนำไปถวายแด่พระสงฆ์ จุลกฐิน คือ คำเรียกการทอดกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบด่วน โดยต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมาก เพื่อผลิตผ้าไตรจีวรให้สำเร็จด้วยมือภายในวันเดียว กล่าวคือ ต้องเริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และถวายให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง
วัน เวลา และสถานที่
จุลกฐินต้องทำให้แล้วเสร็จเป็นผืนภายใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง หรือภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง ประเพณีการทอดจุลกฐินนี้เป็นประเพณีที่พบเฉพาะในประเทศไทย และลาว ไม่ปรากฏในประเทศพุทธเถรวาทอื่น สำหรับประเทศไทย มีหลักฐานว่ามีการทอดจุลกฐินมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา ดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า หน้า 268 ว่า "ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โปรดให้ทำจุลกฐิน" ปัจจุบันนิยมทำกันเฉพาะชุมชนทางภาคเหนือและอีสานเท่านั้น โดยอีสานจะเรียกกฐินชนิดนี้ว่า "กฐินแล่น" จุลกฐินวัดทัพคล้ายได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึงปัจจุบัน ที่วัดทัพคล้าย อ.บ้านไร่
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
จุลกฐิน คือ กฐินอย่างหนึ่งซึ่งทุกคนช่วยกันทอผ้าให้เป็นผ้าสังฆาฏิ จีวร หรือ สบง ผืนใดผืนหนึ่งหรือทั้งสามผืนก็ได้ โดยต้องเริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และทำผ้าให้แห้ง ให้แล้วเสร็จเป็นผืนภายใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง แล้วนำไปถวายแด่พระสงฆ์ เพื่อให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง
เอกลักษณ์และจุดเด่น
การทำจีวรในสมัยโบราณจัดเป็นงานที่เอิกเกริก มีพระเถรรานุเถระ พระบรมศาสดา ภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกามาช่วยกัน สำหรับจุลกฐินต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมากช่วยกันทำ ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โบราณถือว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) ภายในระยะเวลาอันจำกัด การถวายผ้าจุลกฐินแด่พระสงฆ์เป็นการถวายสังฆทานอย่างหนึ่ง นับเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ มีอานิสงส์คือสะสมเสบียงเดินทางในวัฏจักรสงสาร เป็นเกราะ เป็นที่พึ่งอาศัยอันเกษม ในภายภาคหน้าจะได้เป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ เพิ่มพูนทรัพย์ ส่งผลดีต่อบุตรธิดาภรรยาบ่าวไพร่ ให้เป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่มีโรคภัย ไม่มีอันตรายแก่โภคทรัพย์ ทุกคนจะได้รับบุญบารมี มีข้าทาสบริวาร มีเคหสถาน มีเสื้อผ้าอาภรณ์และมีทรัพย์สมบัติไม่ขัดสนในที่สุด ทั้งนี้ จุลกฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก
“กฐิน” แปลว่า ไม้สะดึง คือกรอบไม้ชนิดหนึ่งสำหรับขึงผ้าให้ตึง สะดวกแก่การเย็บ ในสมัยโบราณเย็บผ้าต้องเอาไม้สะดึงมาขึงผ้าให้ตึงเสียก่อนแล้วจึงเย็บ เพราะช่างยังไม่มีความชำนาญเหมือนสมัยปัจจุบัน จุลกฐิน แปลว่ากฐินน้อย คือ กฐินอย่างหนึ่งซึ่งทุกคนช่วยกันทอให้เป็นผ้า สังฆาฏิ จีวร หรือ สบง ผืนใดผืนหนึ่งหรือทั้งสามผืนก็ได้ เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้าย อิ้ว ดีด ล้อ เข็น เปีย ฆ่าฝ้าย กวัก เผี่ยนหลอด ฮ้นหูก สืบหูก กางหูก ตั่มหูก ตัดเย็บ ย้อม ซัก และทำผ้าให้แห้ง โดยให้แล้วเสร็จเป็นผืนภายใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง แล้วนำไปถวายแด่พระสงฆ์ จุลกฐิน คือ คำเรียกการทอดกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบด่วน โดยต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมาก เพื่อผลิตผ้าไตรจีวรให้สำเร็จด้วยมือภายในวันเดียว กล่าวคือ ต้องเริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และถวายให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง
วัน เวลา และสถานที่
จุลกฐินต้องทำให้แล้วเสร็จเป็นผืนภายใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง หรือภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง ประเพณีการทอดจุลกฐินนี้เป็นประเพณีที่พบเฉพาะในประเทศไทย และลาว ไม่ปรากฏในประเทศพุทธเถรวาทอื่น สำหรับประเทศไทย มีหลักฐานว่ามีการทอดจุลกฐินมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา ดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า หน้า 268 ว่า "ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โปรดให้ทำจุลกฐิน" ปัจจุบันนิยมทำกันเฉพาะชุมชนทางภาคเหนือและอีสานเท่านั้น โดยอีสานจะเรียกกฐินชนิดนี้ว่า "กฐินแล่น" จุลกฐินวัดทัพคล้ายได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึงปัจจุบัน ที่วัดทัพคล้าย อ.บ้านไร่
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
จุลกฐิน คือ กฐินอย่างหนึ่งซึ่งทุกคนช่วยกันทอผ้าให้เป็นผ้าสังฆาฏิ จีวร หรือ สบง ผืนใดผืนหนึ่งหรือทั้งสามผืนก็ได้ โดยต้องเริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และทำผ้าให้แห้ง ให้แล้วเสร็จเป็นผืนภายใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง แล้วนำไปถวายแด่พระสงฆ์ เพื่อให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง
เอกลักษณ์และจุดเด่น
การทำจีวรในสมัยโบราณจัดเป็นงานที่เอิกเกริก มีพระเถรรานุเถระ พระบรมศาสดา ภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกามาช่วยกัน สำหรับจุลกฐินต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมากช่วยกันทำ ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โบราณถือว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) ภายในระยะเวลาอันจำกัด การถวายผ้าจุลกฐินแด่พระสงฆ์เป็นการถวายสังฆทานอย่างหนึ่ง นับเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ มีอานิสงส์คือสะสมเสบียงเดินทางในวัฏจักรสงสาร เป็นเกราะ เป็นที่พึ่งอาศัยอันเกษม ในภายภาคหน้าจะได้เป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ เพิ่มพูนทรัพย์ ส่งผลดีต่อบุตรธิดาภรรยาบ่าวไพร่ ให้เป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่มีโรคภัย ไม่มีอันตรายแก่โภคทรัพย์ ทุกคนจะได้รับบุญบารมี มีข้าทาสบริวาร มีเคหสถาน มีเสื้อผ้าอาภรณ์และมีทรัพย์สมบัติไม่ขัดสนในที่สุด ทั้งนี้ จุลกฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก