
งานสมโภชหลักเมืองยะลาเดิมจังหวัดยะลาเป็นอาณาเขตหนึ่งในบริเวณ 7 หัวเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดปัตตานี เมื่อแยกออกเป็นเมืองหนึ่งต่างหาก ในสมัยรัตนโกสินทร์ (ในรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2333) มีเจ้าเมืองปกครองนับตั้งแต่แยกเป็นจังหวัดมาจนกระทั่งปัจจุบัน (พ.ศ.2505) รวม 31 คน จากการดำริของ พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ ครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ร่วมในกันก่อสร้างหลักเมืองขึ้นที่บริเวณศูนย์วงเวียน หน้าศาลากลางจังหวัด โดยเริ่มวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 เวลา 10.30 น. โดยกรมป่าไม้เป็นผู้จัดหาไม้ชัยพฤกษ์ จากป่าเมืองกาญจนบุรี หลังจากพิธีกรรมในการฝังหลักเมืองผ่านพ้นไปแล้ว ได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองสมโภช 7 วัน 7 คืน ตั้งแต่วันที่ 25-31 พฤษภาคม พ.ศ.2505 และได้ยึดถือเป็นงานสมโภชประจำปีทุกปีตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบัน สำหรับปี 2565 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2565
วัน เวลา และสถานที่
สถานที่ก่อสร้างหลักเมืองคือบริเวณศูนย์วงเวียน หน้าศาลากลางจังหวัด การวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมยอดเสาหลักเมืองและพระราชทานแก่ พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ เมื่อวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2505 และได้ฤกษ์ประกอบพิธีฝังเสาและปักยอดหลักเมืองเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 เวลา 12.11 น. งานเฉลิมฉลองสมโภชครั้งแรกจัดขึ้น 7 วัน 7 คืน ตั้งแต่วันที่ 25-31 พฤษภาคม พ.ศ.2505 สำหรับปี 2565 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2565
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมหลักเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหลักเมืองยะลา พิธีการทางศาสนา และงานเฉลิมฉลองสมโภชประจำปี ซึ่งรวมถึงพิธีสำคัญต่างๆ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม
เอกลักษณ์และจุดเด่น
เสาหลักเมืองมีลักษณะเป็นแท่งกลม ต้นเสาวัดโดยรอบได้ 105 เซนติเมตร ปลายเสา 48 เซนติเมตร สูง 1.25 เมตร มีเทพารักษณ์จากกาญจนบุรีมาประจำอยู่วางบนฐานกลม แกะสลักลวดลายแบบไทย ลงรักษ์ปิดทองรอบฐานชั้นบนและกลาง แกะสลักเป็นรูปนักรบโบราณถือโล่และดาบ กล่าวกันว่าเป็นวิญญาณแม่ทัพคนหนึ่งของพระเจ้าตากสินมหาราช ยอดเสาหลักเมืองแกะเป็นรูปพระพรหมมี 4 หน้า อันเป็นหลักแห่งความเมตตา กรุณ มุทิตา และอุเบกขา ส่วนศาลหลักเมืองก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตบแต่งด้วยหินขัดทั้งหลังเป็นรูปจัตุรมุข หันหน้าไปตามทิศทั้ง 4 มีบันได้ขึ้นทั้ง 4 ทิศ รูปลักษณ์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สอบสอง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ตัวศาลากว้าง 6.00 เมตร สูง 6.50 เมตร มีถนนทางเข้า 4 ทิศ รอบ ๆ ตัวศาลมีสระน้ำและปลูกไม้ประดับพันธุ์ไม้ไทย
งานสมโภชหลักเมืองยะลาเดิมจังหวัดยะลาเป็นอาณาเขตหนึ่งในบริเวณ 7 หัวเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดปัตตานี เมื่อแยกออกเป็นเมืองหนึ่งต่างหาก ในสมัยรัตนโกสินทร์ (ในรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2333) มีเจ้าเมืองปกครองนับตั้งแต่แยกเป็นจังหวัดมาจนกระทั่งปัจจุบัน (พ.ศ.2505) รวม 31 คน จากการดำริของ พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ ครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ร่วมในกันก่อสร้างหลักเมืองขึ้นที่บริเวณศูนย์วงเวียน หน้าศาลากลางจังหวัด โดยเริ่มวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 เวลา 10.30 น. โดยกรมป่าไม้เป็นผู้จัดหาไม้ชัยพฤกษ์ จากป่าเมืองกาญจนบุรี หลังจากพิธีกรรมในการฝังหลักเมืองผ่านพ้นไปแล้ว ได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองสมโภช 7 วัน 7 คืน ตั้งแต่วันที่ 25-31 พฤษภาคม พ.ศ.2505 และได้ยึดถือเป็นงานสมโภชประจำปีทุกปีตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบัน สำหรับปี 2565 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2565
วัน เวลา และสถานที่
สถานที่ก่อสร้างหลักเมืองคือบริเวณศูนย์วงเวียน หน้าศาลากลางจังหวัด การวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมยอดเสาหลักเมืองและพระราชทานแก่ พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ เมื่อวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2505 และได้ฤกษ์ประกอบพิธีฝังเสาและปักยอดหลักเมืองเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 เวลา 12.11 น. งานเฉลิมฉลองสมโภชครั้งแรกจัดขึ้น 7 วัน 7 คืน ตั้งแต่วันที่ 25-31 พฤษภาคม พ.ศ.2505 สำหรับปี 2565 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2565
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมหลักเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหลักเมืองยะลา พิธีการทางศาสนา และงานเฉลิมฉลองสมโภชประจำปี ซึ่งรวมถึงพิธีสำคัญต่างๆ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม
เอกลักษณ์และจุดเด่น
เสาหลักเมืองมีลักษณะเป็นแท่งกลม ต้นเสาวัดโดยรอบได้ 105 เซนติเมตร ปลายเสา 48 เซนติเมตร สูง 1.25 เมตร มีเทพารักษณ์จากกาญจนบุรีมาประจำอยู่วางบนฐานกลม แกะสลักลวดลายแบบไทย ลงรักษ์ปิดทองรอบฐานชั้นบนและกลาง แกะสลักเป็นรูปนักรบโบราณถือโล่และดาบ กล่าวกันว่าเป็นวิญญาณแม่ทัพคนหนึ่งของพระเจ้าตากสินมหาราช ยอดเสาหลักเมืองแกะเป็นรูปพระพรหมมี 4 หน้า อันเป็นหลักแห่งความเมตตา กรุณ มุทิตา และอุเบกขา ส่วนศาลหลักเมืองก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตบแต่งด้วยหินขัดทั้งหลังเป็นรูปจัตุรมุข หันหน้าไปตามทิศทั้ง 4 มีบันได้ขึ้นทั้ง 4 ทิศ รูปลักษณ์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สอบสอง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ตัวศาลากว้าง 6.00 เมตร สูง 6.50 เมตร มีถนนทางเข้า 4 ทิศ รอบ ๆ ตัวศาลมีสระน้ำและปลูกไม้ประดับพันธุ์ไม้ไทย