
รอยพระพุทธบาทเวินปลา ตั้งอยู่ ณ วัดพระบาทเวินปลา บ้านเวินปลา ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน ปรากฎอยู่บนโขดหินเล็ก ๆ ในแม่น้ำโขง โขดหินอันเป็นที่ตั้งรอยพระพุทธบาท อยู่ในแนวตั้งเอน มีความยาวประมาณ 2-10 เมตร สูงพ้นน้ำขึ้นมาประมาณ 2 เมตร ด้านบนโขดหินมีลักษณะคล้ายรอยเท้ามนุษย์อยู่สองรอย รอยบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 55 เซนติเมตร ยาว 2.05 เมตร รอยล่างเป็นแผ่นแบบเรียบตรงกลางมีรูกลมหนึ่งรูมีนิ้วห้านิ้ว นิ้วโป้งอยู่ด้านล่าง จะปรากฏในช่วงหน้าแล้งและชัดที่สุดในเดือนเมษายนของทุกปี ประวัติ "รอยพระพุทธบาทเวินปลา"แห่งนี้ มีความสำคัญมาก และถูกบันทึกไว้ในหนังสือใบลานตำนานพระอุรังคธาตุสมัยสร้างพระธาตุพนมรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 8 หรือกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังตรัสรู้เดินทางมาเผยแพร่พระธรรมในชมพูทวีปลุ่มน้ำโขง ล่องมาตามลำแม่น้ำโขง ได้มีเหล่าพญานาคใต้เมืองบาดาล และพญาปลาปากคำที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้แปลงกลายนิมนต์พระองค์ลงไปแสดงธรรมใต้บาดาล และก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นมาโลกมนุษย์ เหล่าพญานาคพญาปลาปากคำได้ร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนพระองค์ไหว้กราบบูชา พระพุทธเจ้าจึงได้ประทับรอยพระบาทไว้บนโขดหินแห่งนี้ คือ "รอยพระพุทธบาทเวินปลา" มาถึงทุกวันนี้ โดยในช่วงหน้าฝนน้ำโขงขึ้นก็จะจมอยู่ใต้น้ำ พอถึงช่วงหน้าแล้งน้ำโขงลดก็จะโผล่ขึ้นมาพ้นน้ำโขงให้ประชาชนไทย-ลาว กราบไหว้ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน รอยพระพุทธบาทเวินปลาประดิษฐานอยู่บนโง่นหินกลางลำน้ำโขงซึ่งเป็นวังน้ำวน ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "เวิน" ซึ่งหมายถึงตั้งอยู่ในวังน้ำวน และเนื่องจากเป็นที่อยู่ของพญาปลาปากคำ จึงเรียกว่า"เวินปลา".
วัน เวลา และสถานที่
รอยพระพุทธบาทเวินปลา ตั้งอยู่ ณ วัดพระบาทเวินปลา บ้านเวินปลา ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ปรากฏอยู่บนโขดหินเล็ก ๆ ในแม่น้ำโขง ห่างจากฝั่งประมาณ 100 เมตร และห่างจากวัดพระบาทเวินปลา 200 เมตร รอยพระพุทธบาทจะปรากฏในช่วงหน้าแล้งและชัดที่สุดในเดือนเมษายนของทุกปี โดยจะโผล่พ้นน้ำโขงให้ประชาชนกราบไหว้ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ผู้ที่จะไปนมัสการจะต้องนั่งเรือไปในช่วงฤดูน้ำลด ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม งานนมัสการพระพุทธบาทเวินปลาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การเดินทาง: ตั้งอยู่ห่างจาก อ.เมืองนครพนม ประมาณ 15 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 212 (ท่าอุเทน-บ้านแพง) ประมาณ 15 กิโลเมตร ผ่านโรงเรียนบ้านเวินพระบาท (ซ้ายมือ) ตรงไปอีก 100 เมตร เลี้ยวขวาเข้าวัดพระบาทเวินปลาประมาณ 2 กิโลเมตร. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.นครพนม โทร 042-513490-1 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมหลักคือการนมัสการและสักการะบูชารอยพระพุทธบาทเวินปลาเพื่อความเป็นสิริมงคลและระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้ยังสามารถชมวิวแม่น้ำโขง และในช่วงเทศกาลจะมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ รวมถึงการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญใกล้เคียง.
เอกลักษณ์และจุดเด่น
รอยพระพุทธบาทเวินปลา คือรอยพระพุทธบาทที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับไว้บนโขดหินในแม่น้ำโขง ตามตำนานที่บันทึกในหนังสือใบลานตำนานพระอุรังคธาตุ เมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว โดยพญานาคและพญาปลาปากคำที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้นิมนต์พระพุทธองค์ลงไปแสดงธรรมใต้บาดาล และก่อนเสด็จขึ้นโลกมนุษย์ พระพุทธองค์ได้ประทับรอยพระบาทไว้ตามคำขอเพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้ รอยพระพุทธบาทนี้มีความสำคัญทางศาสนาและเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนไทย-ลาว ชื่อ 'เวินปลา' มาจากคำว่า 'เวิน' ที่หมายถึงวังน้ำวนที่รอยพระพุทธบาทตั้งอยู่ และ 'ปลา' มาจากพญาปลาปากคำที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น.
รอยพระพุทธบาทเวินปลา ตั้งอยู่ ณ วัดพระบาทเวินปลา บ้านเวินปลา ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน ปรากฎอยู่บนโขดหินเล็ก ๆ ในแม่น้ำโขง โขดหินอันเป็นที่ตั้งรอยพระพุทธบาท อยู่ในแนวตั้งเอน มีความยาวประมาณ 2-10 เมตร สูงพ้นน้ำขึ้นมาประมาณ 2 เมตร ด้านบนโขดหินมีลักษณะคล้ายรอยเท้ามนุษย์อยู่สองรอย รอยบนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 55 เซนติเมตร ยาว 2.05 เมตร รอยล่างเป็นแผ่นแบบเรียบตรงกลางมีรูกลมหนึ่งรูมีนิ้วห้านิ้ว นิ้วโป้งอยู่ด้านล่าง จะปรากฏในช่วงหน้าแล้งและชัดที่สุดในเดือนเมษายนของทุกปี ประวัติ "รอยพระพุทธบาทเวินปลา"แห่งนี้ มีความสำคัญมาก และถูกบันทึกไว้ในหนังสือใบลานตำนานพระอุรังคธาตุสมัยสร้างพระธาตุพนมรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 8 หรือกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังตรัสรู้เดินทางมาเผยแพร่พระธรรมในชมพูทวีปลุ่มน้ำโขง ล่องมาตามลำแม่น้ำโขง ได้มีเหล่าพญานาคใต้เมืองบาดาล และพญาปลาปากคำที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้แปลงกลายนิมนต์พระองค์ลงไปแสดงธรรมใต้บาดาล และก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นมาโลกมนุษย์ เหล่าพญานาคพญาปลาปากคำได้ร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนพระองค์ไหว้กราบบูชา พระพุทธเจ้าจึงได้ประทับรอยพระบาทไว้บนโขดหินแห่งนี้ คือ "รอยพระพุทธบาทเวินปลา" มาถึงทุกวันนี้ โดยในช่วงหน้าฝนน้ำโขงขึ้นก็จะจมอยู่ใต้น้ำ พอถึงช่วงหน้าแล้งน้ำโขงลดก็จะโผล่ขึ้นมาพ้นน้ำโขงให้ประชาชนไทย-ลาว กราบไหว้ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน รอยพระพุทธบาทเวินปลาประดิษฐานอยู่บนโง่นหินกลางลำน้ำโขงซึ่งเป็นวังน้ำวน ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "เวิน" ซึ่งหมายถึงตั้งอยู่ในวังน้ำวน และเนื่องจากเป็นที่อยู่ของพญาปลาปากคำ จึงเรียกว่า"เวินปลา".
วัน เวลา และสถานที่
รอยพระพุทธบาทเวินปลา ตั้งอยู่ ณ วัดพระบาทเวินปลา บ้านเวินปลา ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ปรากฏอยู่บนโขดหินเล็ก ๆ ในแม่น้ำโขง ห่างจากฝั่งประมาณ 100 เมตร และห่างจากวัดพระบาทเวินปลา 200 เมตร รอยพระพุทธบาทจะปรากฏในช่วงหน้าแล้งและชัดที่สุดในเดือนเมษายนของทุกปี โดยจะโผล่พ้นน้ำโขงให้ประชาชนกราบไหว้ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ผู้ที่จะไปนมัสการจะต้องนั่งเรือไปในช่วงฤดูน้ำลด ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม งานนมัสการพระพุทธบาทเวินปลาจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การเดินทาง: ตั้งอยู่ห่างจาก อ.เมืองนครพนม ประมาณ 15 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 212 (ท่าอุเทน-บ้านแพง) ประมาณ 15 กิโลเมตร ผ่านโรงเรียนบ้านเวินพระบาท (ซ้ายมือ) ตรงไปอีก 100 เมตร เลี้ยวขวาเข้าวัดพระบาทเวินปลาประมาณ 2 กิโลเมตร. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.นครพนม โทร 042-513490-1 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมหลักคือการนมัสการและสักการะบูชารอยพระพุทธบาทเวินปลาเพื่อความเป็นสิริมงคลและระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้ยังสามารถชมวิวแม่น้ำโขง และในช่วงเทศกาลจะมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ รวมถึงการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญใกล้เคียง.
เอกลักษณ์และจุดเด่น
รอยพระพุทธบาทเวินปลา คือรอยพระพุทธบาทที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับไว้บนโขดหินในแม่น้ำโขง ตามตำนานที่บันทึกในหนังสือใบลานตำนานพระอุรังคธาตุ เมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว โดยพญานาคและพญาปลาปากคำที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้นิมนต์พระพุทธองค์ลงไปแสดงธรรมใต้บาดาล และก่อนเสด็จขึ้นโลกมนุษย์ พระพุทธองค์ได้ประทับรอยพระบาทไว้ตามคำขอเพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้ รอยพระพุทธบาทนี้มีความสำคัญทางศาสนาและเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนไทย-ลาว ชื่อ 'เวินปลา' มาจากคำว่า 'เวิน' ที่หมายถึงวังน้ำวนที่รอยพระพุทธบาทตั้งอยู่ และ 'ปลา' มาจากพญาปลาปากคำที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น.