
ขนมอังกู๊ หรือ ขนมเต่า (มีการสะกดหลายแบบ; จีน: 紅龜粿; เป่อ่วยจี: Âng-Ku-Kóe; ขนมเต่าแดง) เป็นขนมของคนเชื้อสายจีน ได้รับความนิยมไปจนถึงอินโดนีเซีย โดยเรียกว่า กูเวกู (kue ku) มีไส้ประกอบด้วยถั่วทอง น้ำตาล นิยมนำมาเป็นเครื่องบวงสรวงในพิธีต่าง ๆ หรือในงานรับขวัญเด็กเกิดใหม่ บางคนเชื่อว่าควรทำพิธีกรรมนี้ก่อนเด็กอายุครบเดือน เพื่อให้เด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ โดยจะนำขนมที่ถือว่าเป็นสิริมงคลไปไหว้พระด้วยคือขนมเต่า ซึ่งมีความหมายว่า ให้มีอายุมั่นขวัญยืนนั่นเอง สีพื้นของขนมอังกู๊มีแค่สองสีคือ สีแดงใช้ในงานมงคล และสีขาวใช้ในงานอวมงคล แต่ก็อาจดัดแปลงเป็นสีอื่นได้เช่น สีน้ำตาล สีเหลือง สีส้ม สีเขียว ฯลฯ
วัน เวลา และสถานที่
ขนมอังกู๊เป็นขนมของคนเชื้อสายจีน ได้รับความนิยมไปจนถึงอินโดนีเซีย โดยเรียกว่า กูเวกู (kue ku) นิยมนำมาเป็นเครื่องบวงสรวงในพิธีต่าง ๆ หรือในงานรับขวัญเด็กเกิดใหม่ บางคนเชื่อว่าควรทำพิธีกรรมนี้ก่อนเด็กอายุครบเดือน และอังกู๊แป้งสาลี (ตั๋วกู๊) ใช้ในพิธีวันเทศกาลพ้อต่อ เพื่อสักการะพระกวนอิมไต่สือ
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
การทำขนมอังกู๊: นำแป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำ น้ำมันพืช น้ำตาล สีผสมอาหารโดยเฉพาะสีแดง นวดให้เข้ากันและนิ่ม ส่วนผสมไส้ นำถั่วทองที่หุงสุกแล้วไปกวนกับน้ำตาลจนแห้ง แล้วจึงนำมาห่อกับแป้งข้าวเหนียว นำไปกดลงในพิมพ์ แล้วนำไปนึ่ง นอกจากสีแดงแล้วสามารถทำได้อีกหลากสีตามความต้องการของผู้ทำ แต่ถ้าเป็นการทำในการอวมงคลไม่ต้องใส่สีให้เป็นสีขาว สำหรับอังกู๊แป้งสาลี (ตั๋วกู๊) ทำจากแป้งสาลี แล้วนำไปอบในเตาไฟ แล้วออกมาท่าสีแดง
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ขนมอังกู๊เป็นขนมของคนเชื้อสายจีน มีความเชื่อว่าการทำพิธีกรรมรับขวัญเด็กเกิดใหม่ก่อนเด็กอายุครบเดือนจะทำให้เด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ และการนำขนมเต่าไปไหว้พระมีความหมายว่า ให้มีอายุมั่นขวัญยืน สำหรับอังกู๊แป้งสาลี (ตั๋วกู๊) เชื่อว่าเต่าเป็นสัตว์อายุยืน เวลาทำป่ายปั๋วเสร็จ เจ้าของเต่าจะต้องเลือกว่าจะปล่อย หรือ จะนำกลับ โดยการปล่อยคือบริจาคเต่าตัวนั้นให้ศาลเจ้า
ขนมอังกู๊ หรือ ขนมเต่า (มีการสะกดหลายแบบ; จีน: 紅龜粿; เป่อ่วยจี: Âng-Ku-Kóe; ขนมเต่าแดง) เป็นขนมของคนเชื้อสายจีน ได้รับความนิยมไปจนถึงอินโดนีเซีย โดยเรียกว่า กูเวกู (kue ku) มีไส้ประกอบด้วยถั่วทอง น้ำตาล นิยมนำมาเป็นเครื่องบวงสรวงในพิธีต่าง ๆ หรือในงานรับขวัญเด็กเกิดใหม่ บางคนเชื่อว่าควรทำพิธีกรรมนี้ก่อนเด็กอายุครบเดือน เพื่อให้เด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ โดยจะนำขนมที่ถือว่าเป็นสิริมงคลไปไหว้พระด้วยคือขนมเต่า ซึ่งมีความหมายว่า ให้มีอายุมั่นขวัญยืนนั่นเอง สีพื้นของขนมอังกู๊มีแค่สองสีคือ สีแดงใช้ในงานมงคล และสีขาวใช้ในงานอวมงคล แต่ก็อาจดัดแปลงเป็นสีอื่นได้เช่น สีน้ำตาล สีเหลือง สีส้ม สีเขียว ฯลฯ
วัน เวลา และสถานที่
ขนมอังกู๊เป็นขนมของคนเชื้อสายจีน ได้รับความนิยมไปจนถึงอินโดนีเซีย โดยเรียกว่า กูเวกู (kue ku) นิยมนำมาเป็นเครื่องบวงสรวงในพิธีต่าง ๆ หรือในงานรับขวัญเด็กเกิดใหม่ บางคนเชื่อว่าควรทำพิธีกรรมนี้ก่อนเด็กอายุครบเดือน และอังกู๊แป้งสาลี (ตั๋วกู๊) ใช้ในพิธีวันเทศกาลพ้อต่อ เพื่อสักการะพระกวนอิมไต่สือ
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
การทำขนมอังกู๊: นำแป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำ น้ำมันพืช น้ำตาล สีผสมอาหารโดยเฉพาะสีแดง นวดให้เข้ากันและนิ่ม ส่วนผสมไส้ นำถั่วทองที่หุงสุกแล้วไปกวนกับน้ำตาลจนแห้ง แล้วจึงนำมาห่อกับแป้งข้าวเหนียว นำไปกดลงในพิมพ์ แล้วนำไปนึ่ง นอกจากสีแดงแล้วสามารถทำได้อีกหลากสีตามความต้องการของผู้ทำ แต่ถ้าเป็นการทำในการอวมงคลไม่ต้องใส่สีให้เป็นสีขาว สำหรับอังกู๊แป้งสาลี (ตั๋วกู๊) ทำจากแป้งสาลี แล้วนำไปอบในเตาไฟ แล้วออกมาท่าสีแดง
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ขนมอังกู๊เป็นขนมของคนเชื้อสายจีน มีความเชื่อว่าการทำพิธีกรรมรับขวัญเด็กเกิดใหม่ก่อนเด็กอายุครบเดือนจะทำให้เด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ และการนำขนมเต่าไปไหว้พระมีความหมายว่า ให้มีอายุมั่นขวัญยืน สำหรับอังกู๊แป้งสาลี (ตั๋วกู๊) เชื่อว่าเต่าเป็นสัตว์อายุยืน เวลาทำป่ายปั๋วเสร็จ เจ้าของเต่าจะต้องเลือกว่าจะปล่อย หรือ จะนำกลับ โดยการปล่อยคือบริจาคเต่าตัวนั้นให้ศาลเจ้า