
จุลกฐิน คือ กฐินที่จัดทำผ้าไตรจีวรเพื่อเป็นผ้ากฐิน โดยเริ่มตั้งแต่การนำฝ้ายมาปั่น กรอ เป็นเส้นด้าย แล้วทอเป็นผืนผ้า ตัดเย็บและย้อมสี และจัดเตรียมนำไปถวายในวันนั้น โดยใช้เวลาตั้งแต่ตะวันขึ้น จนถึงตะวันตกดิน ดังนั้นโบราณจึงถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) โดยจุลกฐินนี้ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อานิสงส์จุลกฐิน การถวายผ้าจุลกฐิน แด่พระสงฆ์ เป็นการถวายสังฆทานทางพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่งนับเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ อีกทั้งเป็นการสะสม เสบียงเดินทางอันกันดารในวัฏจักรสงสารไว้สำหรับตนเองและผู้ที่ตนเคารพรักและนับถือ นอกจากนี้ ยังเป็นเกราะ เป็นที่พึ่งอาศัยอันเกษม ในภายภาคหน้าจะได้เป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ เพิ่มพูนทรัพย์ จะส่งผลต่อบุตรธิดา ภรรยาบ่าวไพร่ ให้เป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่มีโรคภัยไม่มีอันตรายแก่โภคทรัพย์ ทุกคนจะได้รับบุญบารมี มีข้าทาสบริวาร มีเคหสถาน มีเสื้อผ้าอาภรณ์และมีทรัพย์สมบัติไม่ขัดสนในที่สุด
วัน เวลา และสถานที่
โดยใช้เวลาตั้งแต่ตะวันขึ้น จนถึงตะวันตกดิน มักทำกันเมื่อจวนจะหมดเขตกฐินกาลแล้ว หรือสิ้นสุดช่วงการทอดกฐิน ปัจจุบันประเพณีการทำจุลกฐินนิยมทำกันในพื้นที่ชุมชนทางภาคเหนือและอีสาน สำหรับในจังหวัดกาญจนบุรีแต่เดิมไม่มีการปฏิบัติ ดังนั้นจึงได้นำประเพณีจุลกฐินมาปฏิบัติเพื่อการอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมและเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยจุลกฐินวัดแก่งหลวง ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
จุลกฐินเป็นพิธีที่ต้องใช้ความอุตสาหะในการจัดทำผ้าไตรจีวรภายในวันเดียว โดยมีขั้นตอนตั้งแต่การปลูกฝ้ายจนถึงการถวายผ้า
เอกลักษณ์และจุดเด่น
จุลกฐิน คือ กฐินที่จัดทำผ้าไตรจีวรเพื่อเป็นผ้ากฐิน โดยใช้เวลาตั้งแต่ตะวันขึ้น จนถึงตะวันตกดิน ดังนั้นโบราณจึงถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) ภาคอีสานจะเรียกกฐินชนิดนี้ว่า “กฐินแล่น” จากหลักฐานพบว่ามีการทอดจุลกฐินมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยาดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า หน้า 268 ว่า "ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โปรดให้ทำจุลกฐิน" จุลกฐินวัดแก่งหลวง ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันสืบสานประเพณีดังกล่าวไว้ให้คงอยู่คู่ชุมชน ซึ่งหาชมได้ยากในจังหวัดกาญจนบุรี และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนได้เป็นอย่างดี
จุลกฐิน คือ กฐินที่จัดทำผ้าไตรจีวรเพื่อเป็นผ้ากฐิน โดยเริ่มตั้งแต่การนำฝ้ายมาปั่น กรอ เป็นเส้นด้าย แล้วทอเป็นผืนผ้า ตัดเย็บและย้อมสี และจัดเตรียมนำไปถวายในวันนั้น โดยใช้เวลาตั้งแต่ตะวันขึ้น จนถึงตะวันตกดิน ดังนั้นโบราณจึงถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) โดยจุลกฐินนี้ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อานิสงส์จุลกฐิน การถวายผ้าจุลกฐิน แด่พระสงฆ์ เป็นการถวายสังฆทานทางพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่งนับเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ อีกทั้งเป็นการสะสม เสบียงเดินทางอันกันดารในวัฏจักรสงสารไว้สำหรับตนเองและผู้ที่ตนเคารพรักและนับถือ นอกจากนี้ ยังเป็นเกราะ เป็นที่พึ่งอาศัยอันเกษม ในภายภาคหน้าจะได้เป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ เพิ่มพูนทรัพย์ จะส่งผลต่อบุตรธิดา ภรรยาบ่าวไพร่ ให้เป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่มีโรคภัยไม่มีอันตรายแก่โภคทรัพย์ ทุกคนจะได้รับบุญบารมี มีข้าทาสบริวาร มีเคหสถาน มีเสื้อผ้าอาภรณ์และมีทรัพย์สมบัติไม่ขัดสนในที่สุด
วัน เวลา และสถานที่
โดยใช้เวลาตั้งแต่ตะวันขึ้น จนถึงตะวันตกดิน มักทำกันเมื่อจวนจะหมดเขตกฐินกาลแล้ว หรือสิ้นสุดช่วงการทอดกฐิน ปัจจุบันประเพณีการทำจุลกฐินนิยมทำกันในพื้นที่ชุมชนทางภาคเหนือและอีสาน สำหรับในจังหวัดกาญจนบุรีแต่เดิมไม่มีการปฏิบัติ ดังนั้นจึงได้นำประเพณีจุลกฐินมาปฏิบัติเพื่อการอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมและเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยจุลกฐินวัดแก่งหลวง ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
จุลกฐินเป็นพิธีที่ต้องใช้ความอุตสาหะในการจัดทำผ้าไตรจีวรภายในวันเดียว โดยมีขั้นตอนตั้งแต่การปลูกฝ้ายจนถึงการถวายผ้า
เอกลักษณ์และจุดเด่น
จุลกฐิน คือ กฐินที่จัดทำผ้าไตรจีวรเพื่อเป็นผ้ากฐิน โดยใช้เวลาตั้งแต่ตะวันขึ้น จนถึงตะวันตกดิน ดังนั้นโบราณจึงถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) ภาคอีสานจะเรียกกฐินชนิดนี้ว่า “กฐินแล่น” จากหลักฐานพบว่ามีการทอดจุลกฐินมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยาดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า หน้า 268 ว่า "ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 โปรดให้ทำจุลกฐิน" จุลกฐินวัดแก่งหลวง ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันสืบสานประเพณีดังกล่าวไว้ให้คงอยู่คู่ชุมชน ซึ่งหาชมได้ยากในจังหวัดกาญจนบุรี และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนได้เป็นอย่างดี