
ชุมชนพระบาทห้วยต้มเริ่มต้นจากการอพยพของชาวกะเหรี่ยง 13 ครอบครัว 65 คน จากตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เข้ามาอยู่อาศัยใกล้อารามพระบาทห้วยต้มเมื่อปี พ.ศ. 2513 เพื่อทำบุญและถือศีลปฏิบัติธรรมกับครูบาวงศ์ หลังจากนั้นมีชาวกะเหรี่ยงจากจังหวัดตาก เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน อพยพเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงขนาดใหญ่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เคร่งครัดในการถือศีล ปฏิบัติมังสวิรัติ และเคารพบูชาครูบาวงศ์เป็นอย่างมาก จนท่านเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของชุมชน นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีความเชื่อในการถอดรองเท้าหน้าวัดทุกครั้งที่ไปทำบุญ เพราะเชื่อว่าวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จะไม่เหยียบย้ำเงาพระธาตุเจดีย์และเงาของพระสงฆ์ อันเป็นการแสดงความไม่เคารพเชื่อว่าเป็นการลบหลู่ ทำให้เป็นบาปกรรม
วัน เวลา และสถานที่
ชุมชนพระบาทห้วยต้มเริ่มต้นเป็นอาศรมกลางป่าประมาณปี พ.ศ. 2507 โดยมีครูบาวงศ์จำพรรษาอยู่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ชาวกะเหรี่ยงจากตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานใกล้กับอารามพระบาทห้วยต้ม ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ปัจจุบันมีชาวกะเหรี่ยงจากจังหวัดตาก เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน อพยพเข้ามาสมทบ สถานที่สำคัญในชุมชนได้แก่ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม และพุทธสถานเจดีย์ศรีเวียงชัย
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมหลักของชุมชนพระบาทห้วยต้มสะท้อนถึงการปฏิบัติตามคำสอนของครูบาวงศ์ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารมังสวิรัติ ซึ่งนำไปสู่ประเพณีการตักบาตรผักที่เป็นเอกลักษณ์และปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการทำบุญตักบาตรเป็นประจำทุกวัน และมีกิจกรรมพิเศษในวันพระ
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ครูบาวงศ์” เป็นพระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่ที่อาศรมพระบาทห้วยต้มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2507 ท่านเป็นที่รู้จักและได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงจากชาวเขาหลายเผ่าในจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลำพูน จากการจาริกธุดงค์ของท่าน ครูบาวงศ์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกะเหรี่ยงในชุมชน และเป็นผู้สอนให้ชาวบ้านในชุมชนกะเหรี่ยงไม่ฉันอาหารจำพวกเนื้อสัตว์สอนให้พระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านเห็นว่า การฉันหรือกินเนื้อสัตว์ ถือเป็นการเบียดเบียนชีวิตและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น อาหารประเภทอื่นมีมากมายที่ทำให้คนเราสามารถเจริญเติบโตได้
ชุมชนพระบาทห้วยต้มเริ่มต้นจากการอพยพของชาวกะเหรี่ยง 13 ครอบครัว 65 คน จากตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เข้ามาอยู่อาศัยใกล้อารามพระบาทห้วยต้มเมื่อปี พ.ศ. 2513 เพื่อทำบุญและถือศีลปฏิบัติธรรมกับครูบาวงศ์ หลังจากนั้นมีชาวกะเหรี่ยงจากจังหวัดตาก เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน อพยพเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงขนาดใหญ่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เคร่งครัดในการถือศีล ปฏิบัติมังสวิรัติ และเคารพบูชาครูบาวงศ์เป็นอย่างมาก จนท่านเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของชุมชน นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีความเชื่อในการถอดรองเท้าหน้าวัดทุกครั้งที่ไปทำบุญ เพราะเชื่อว่าวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จะไม่เหยียบย้ำเงาพระธาตุเจดีย์และเงาของพระสงฆ์ อันเป็นการแสดงความไม่เคารพเชื่อว่าเป็นการลบหลู่ ทำให้เป็นบาปกรรม
วัน เวลา และสถานที่
ชุมชนพระบาทห้วยต้มเริ่มต้นเป็นอาศรมกลางป่าประมาณปี พ.ศ. 2507 โดยมีครูบาวงศ์จำพรรษาอยู่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ชาวกะเหรี่ยงจากตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานใกล้กับอารามพระบาทห้วยต้ม ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ปัจจุบันมีชาวกะเหรี่ยงจากจังหวัดตาก เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน อพยพเข้ามาสมทบ สถานที่สำคัญในชุมชนได้แก่ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม และพุทธสถานเจดีย์ศรีเวียงชัย
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมหลักของชุมชนพระบาทห้วยต้มสะท้อนถึงการปฏิบัติตามคำสอนของครูบาวงศ์ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารมังสวิรัติ ซึ่งนำไปสู่ประเพณีการตักบาตรผักที่เป็นเอกลักษณ์และปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการทำบุญตักบาตรเป็นประจำทุกวัน และมีกิจกรรมพิเศษในวันพระ
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ครูบาวงศ์” เป็นพระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่ที่อาศรมพระบาทห้วยต้มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2507 ท่านเป็นที่รู้จักและได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงจากชาวเขาหลายเผ่าในจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลำพูน จากการจาริกธุดงค์ของท่าน ครูบาวงศ์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกะเหรี่ยงในชุมชน และเป็นผู้สอนให้ชาวบ้านในชุมชนกะเหรี่ยงไม่ฉันอาหารจำพวกเนื้อสัตว์สอนให้พระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้านเห็นว่า การฉันหรือกินเนื้อสัตว์ ถือเป็นการเบียดเบียนชีวิตและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น อาหารประเภทอื่นมีมากมายที่ทำให้คนเราสามารถเจริญเติบโตได้