
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมตรวจเยี่ยมเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล มอแกน บ้านทับตะวัน - บนไร่ โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา หัวหน้าส่วนราชการ และวัฒนธรรมจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเข้าร่วม กิจกรรมนี้เน้นศักยภาพทุนวัฒนธรรมและความสำคัญของพื้นที่ชุมชนชาวเล บ้านทับปลา สู่การเป็นพื้นที่คุ้มครองลำดับที่ 21
วัน เวลา และสถานที่
วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2567 เวลา 17.30 - 20.00 น. ณ ชุมชนมอแกลนบ้านทับตะวัน ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมตรวจเยี่ยมเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล มอแกน บ้านทับตะวัน - บนไร่
เอกลักษณ์และจุดเด่น
หมู่บ้านทับปลา ตั้งอยู่ที่ ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นหมู่บ้านที่อยู่ลึกเข้าไปจากถนนเพชรเกษมประมาณ 1 กิโลเมตร ติดกับทะเลและป่าชายเลน ชื่อหมู่บ้านมีที่มาจากชาวมอแกลนจากหมู่บ้านลาปีที่มาหากินและสร้างเพิงพัก (ทับ) และชอบย่างปลาจนไฟไหม้ทับ จึงเรียกว่า “ทับปลา” ปัจจุบันมีประชากร 266 คน (ผู้หญิง 136 คน, ผู้ชาย 130 คน) ชาวบ้านส่วนใหญ่พูดภาษามอแกลนได้ ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านที่สืบต่อวิถีกันมายาวนาน มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนอย่างอุดมสมบูรณ์ และมีองค์ความรู้ด้านสมุนไพร รวมถึงองค์ความรู้ในการจักสานข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมตรวจเยี่ยมเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล มอแกน บ้านทับตะวัน - บนไร่ โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา หัวหน้าส่วนราชการ และวัฒนธรรมจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเข้าร่วม กิจกรรมนี้เน้นศักยภาพทุนวัฒนธรรมและความสำคัญของพื้นที่ชุมชนชาวเล บ้านทับปลา สู่การเป็นพื้นที่คุ้มครองลำดับที่ 21
วัน เวลา และสถานที่
วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2567 เวลา 17.30 - 20.00 น. ณ ชุมชนมอแกลนบ้านทับตะวัน ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมตรวจเยี่ยมเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล มอแกน บ้านทับตะวัน - บนไร่
เอกลักษณ์และจุดเด่น
หมู่บ้านทับปลา ตั้งอยู่ที่ ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นหมู่บ้านที่อยู่ลึกเข้าไปจากถนนเพชรเกษมประมาณ 1 กิโลเมตร ติดกับทะเลและป่าชายเลน ชื่อหมู่บ้านมีที่มาจากชาวมอแกลนจากหมู่บ้านลาปีที่มาหากินและสร้างเพิงพัก (ทับ) และชอบย่างปลาจนไฟไหม้ทับ จึงเรียกว่า “ทับปลา” ปัจจุบันมีประชากร 266 คน (ผู้หญิง 136 คน, ผู้ชาย 130 คน) ชาวบ้านส่วนใหญ่พูดภาษามอแกลนได้ ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านที่สืบต่อวิถีกันมายาวนาน มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนอย่างอุดมสมบูรณ์ และมีองค์ความรู้ด้านสมุนไพร รวมถึงองค์ความรู้ในการจักสานข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน