
ขณะที่วานนี้ (7 มีนาคม 2567) รมว.วัฒนธรรม และ คณะ ร่วมงานเฉลิมฉลองพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ชาวเลมอแกลน ทับตะวัน-บนไร่ อ.ตะกั่วป่า ซึ่งเป็นพื้นที่คุ้มครองฯแห่งแรกของชาวเล ประกาศตั้งแต่ปี 2565
โดยได้มีการชมนิทรรศกาล ทุนทางวัฒนธรรมชาวเลทับตะวัน-บนไร่ 12 ด้าน เช่น เครื่องจักสาน การร่อนแร่ สมุนไพร การท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้งอาหาร ซึ่งถือเป็นความโดดเด่นอย่างมากของชุมชนนี้ ซึ่งได้มีการนำเสนอเรื่องราวของวัตถุดิบจากองค์ความรู้ในการเก็บหาจากทะเล และพืชในชุมชน ที่สดใหม่ปลอดสาร จากนั้นร่วมรับประทานอาหารร่วมกับพี่น้องชาติพันธุ์ชาวเล ที่ตั้งใจปรุงต้อนรับ
เสริมศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้เห็นรอยยิ้ม อาหาร อาชีพที่ดี ที่จะต้องส่งเสริมให้กินดีอยู่ดี พี่น้องมีความพร้อม และจะเป็นพลังยิ่งใหญ่ ทั้งนี้มีนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ที่มีอยู่ 10 กว่าด้าน เกี่ยวข้องทุกกระทรวง จะต้องบูรณาการร่วมแรงร่วมใจกันให้เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ ต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยว เมื่อมีการท่องเที่ยวพี่น้องในพื้นที่มีฝีมือทำอาหารก็ขายอาหารได้ มีผีมือร้องรำทำเพลง การแสดง มีความสามารถประเพณีก็จะทำให้ยิ่งใหญ่ และอีกมากมาย เชื่อมั่นว่า การเราประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครอง ไปพร้อมกับการที่จะมีกฎหมายออกมา การที่ต้องส่งเสริมพื้นที่คุ้มครองเหล่านี้เป็นสิ่งดีงาม ถ้ามีกฎหมายสิ่งเหล่านี้จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วพี่น้องจะมีสิทธิเท่าเทียมกับพี่น้องคนไทย เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะไปด้วยกัน
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ ตนทราบดีถึงเหตุผลการประกาศพื้นที่คุ้มครองของที่นี่ และค่อนข้างเดินไปได้ดี อาจมีที่ดินทำกิน บางพื้นที่ ยังไม่ได้ตามที่เสนอ ก็ขอให้รอคอยที่จะได้รับสิทธิตรงนี้ และในเรื่องของที่ดินฝังศพ พิธีกรรม ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ตนมาตรงนี้ขอให้ส่วนต่าง ๆ มาช่วยดู
พวกเขาจึงอยากให้รัฐทำความเข้าใจ ให้โอกาสและส่งเสริมในวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณีและวิถีของชนเผ่า ให้รัฐกันพื้นที่และรับรองสิทธิที่อยู่อาศัยที่ทำกินรวมถึงให้ดำเนินการกันแนวเขต มีหนังสือรับรองให้ใช้ได้ตามความเชื่อดั้งเดิม ด้วยการประกาศพื้นที่คุ้มครองฯ
ขณะที่วานนี้ (7 มีนาคม 2567) รมว.วัฒนธรรม และ คณะ ร่วมงานเฉลิมฉลองพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ชาวเลมอแกลน ทับตะวัน-บนไร่ อ.ตะกั่วป่า ซึ่งเป็นพื้นที่คุ้มครองฯแห่งแรกของชาวเล ประกาศตั้งแต่ปี 2565
โดยได้มีการชมนิทรรศกาล ทุนทางวัฒนธรรมชาวเลทับตะวัน-บนไร่ 12 ด้าน เช่น เครื่องจักสาน การร่อนแร่ สมุนไพร การท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้งอาหาร ซึ่งถือเป็นความโดดเด่นอย่างมากของชุมชนนี้ ซึ่งได้มีการนำเสนอเรื่องราวของวัตถุดิบจากองค์ความรู้ในการเก็บหาจากทะเล และพืชในชุมชน ที่สดใหม่ปลอดสาร จากนั้นร่วมรับประทานอาหารร่วมกับพี่น้องชาติพันธุ์ชาวเล ที่ตั้งใจปรุงต้อนรับ
เสริมศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้เห็นรอยยิ้ม อาหาร อาชีพที่ดี ที่จะต้องส่งเสริมให้กินดีอยู่ดี พี่น้องมีความพร้อม และจะเป็นพลังยิ่งใหญ่ ทั้งนี้มีนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ที่มีอยู่ 10 กว่าด้าน เกี่ยวข้องทุกกระทรวง จะต้องบูรณาการร่วมแรงร่วมใจกันให้เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ ต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยว เมื่อมีการท่องเที่ยวพี่น้องในพื้นที่มีฝีมือทำอาหารก็ขายอาหารได้ มีผีมือร้องรำทำเพลง การแสดง มีความสามารถประเพณีก็จะทำให้ยิ่งใหญ่ และอีกมากมาย เชื่อมั่นว่า การเราประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครอง ไปพร้อมกับการที่จะมีกฎหมายออกมา การที่ต้องส่งเสริมพื้นที่คุ้มครองเหล่านี้เป็นสิ่งดีงาม ถ้ามีกฎหมายสิ่งเหล่านี้จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วพี่น้องจะมีสิทธิเท่าเทียมกับพี่น้องคนไทย เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะไปด้วยกัน
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ ตนทราบดีถึงเหตุผลการประกาศพื้นที่คุ้มครองของที่นี่ และค่อนข้างเดินไปได้ดี อาจมีที่ดินทำกิน บางพื้นที่ ยังไม่ได้ตามที่เสนอ ก็ขอให้รอคอยที่จะได้รับสิทธิตรงนี้ และในเรื่องของที่ดินฝังศพ พิธีกรรม ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ตนมาตรงนี้ขอให้ส่วนต่าง ๆ มาช่วยดู
พวกเขาจึงอยากให้รัฐทำความเข้าใจ ให้โอกาสและส่งเสริมในวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณีและวิถีของชนเผ่า ให้รัฐกันพื้นที่และรับรองสิทธิที่อยู่อาศัยที่ทำกินรวมถึงให้ดำเนินการกันแนวเขต มีหนังสือรับรองให้ใช้ได้ตามความเชื่อดั้งเดิม ด้วยการประกาศพื้นที่คุ้มครองฯ