
ประเพณีลอยกระทงไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้ได้สืบต่อกันมายาวนาน โดยในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยและเอกสารร่วมสมัย ก็ไม่มีปรากฏชื่อ “ลอยกระทง” แม้แต่ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงก็มีแต่ชื่อ “เผาเทียน เล่นไฟ” เป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทง โดยนางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วงจะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคม ดังปรากฏในหนังสือนางนพมาศ ว่า
"ครั้นวันเพ็ญเดือน 12 ข้าน้อยได้กระทำโคมลอย คิดตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมสนมกำนัลทั้งปวงจึงเลือกผกาเกษรสีต่าง ๆ มาประดับเป็นรูปกระมุทกลีบบานรับแสงจันทร์ใหญ่ประมาณเท่า กงระแทะ ล้วนแต่พรรณดอกไม้ซ้อนสีสลับให้เป็นลวดลาย..."
เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศก็ทรงพอพระราชหฤทัย จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอยดังพระราชดำรัสที่ว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็น รูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน”
อนึ่ง ประเพณีลอยกระทงที่ทำด้วยใบตองในระยะแรก จำกัดอยู่แต่ในราชสำนักกรุงเทพฯ เท่านั้น ซึ่งมีรายละเอียดพรรณนาอยู่ในหนังสือพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 3 ว่า กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ราชธิดาในพระองค์โปรดได้แต่งกระทงเล่นทุกปีเมื่อนาน เข้าก็เริ่มแพร่หลายสู่ราษฎรในกรุงเทพฯ แล้วขยายไปยังหัวเมืองใกล้เคียงในบริเวณที่ราบลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยา และกว่าจะเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วประเทศก็ประมาณปี พ.ศ. 2500 หรือก่อน หน้านั้นไม่นานนัก ส่งผลให้เกิด “เพลงลอยกระทง” ในจังหวะของ สุนทราภรณ์ ที่เผยแพร่ ผ่านทางวิทยุกระจายเสียง จนในที่สุดลอยกระทงก็ถือเป็น ประเพณีที่สำคัญของคนไทยทั่วประเทศ
วัน เวลา และสถานที่
ประเพณีนี้จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 12 หรือนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 โดยมีจุดเริ่มต้นที่เชื่อว่ามาจากงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย และในระยะแรกจำกัดอยู่แต่ในราชสำนักกรุงเทพฯ ก่อนจะเริ่มแพร่หลายสู่ราษฎรในกรุงเทพฯ แล้วขยายไปยังหัวเมืองใกล้เคียงในบริเวณที่ราบลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยา และกว่าจะเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วประเทศก็ประมาณปี พ.ศ. 2500 หรือก่อนหน้านั้นไม่นานนัก
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
ประเพณีลอยกระทงเชื่อว่ามีที่มาจากงาน “เผาเทียน เล่นไฟ” ในสมัยสุโขทัย โดยนางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้คิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคม และสมเด็จพระร่วงเจ้าทรงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง ให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอย เพื่ออุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที
เอกลักษณ์และจุดเด่น
นางนพมาศ (ท้าวศรีจุฬาลักษณ์), พระร่วง (สมเด็จพระร่วงเจ้า), พ่อขุนรามคำแหง, กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ, กระทงดอกบัว, โคมลอย, เผาเทียน เล่นไฟ, ศิลาจารึกสมัยสุโขทัย, หนังสือนางนพมาศ, พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 3, เพลงลอยกระทง, สุนทราภรณ์
ประเพณีลอยกระทงไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้ได้สืบต่อกันมายาวนาน โดยในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยและเอกสารร่วมสมัย ก็ไม่มีปรากฏชื่อ “ลอยกระทง” แม้แต่ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงก็มีแต่ชื่อ “เผาเทียน เล่นไฟ” เป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทง โดยนางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วงจะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคม ดังปรากฏในหนังสือนางนพมาศ ว่า
"ครั้นวันเพ็ญเดือน 12 ข้าน้อยได้กระทำโคมลอย คิดตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมสนมกำนัลทั้งปวงจึงเลือกผกาเกษรสีต่าง ๆ มาประดับเป็นรูปกระมุทกลีบบานรับแสงจันทร์ใหญ่ประมาณเท่า กงระแทะ ล้วนแต่พรรณดอกไม้ซ้อนสีสลับให้เป็นลวดลาย..."
เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศก็ทรงพอพระราชหฤทัย จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอยดังพระราชดำรัสที่ว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็น รูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน”
อนึ่ง ประเพณีลอยกระทงที่ทำด้วยใบตองในระยะแรก จำกัดอยู่แต่ในราชสำนักกรุงเทพฯ เท่านั้น ซึ่งมีรายละเอียดพรรณนาอยู่ในหนังสือพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 3 ว่า กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ราชธิดาในพระองค์โปรดได้แต่งกระทงเล่นทุกปีเมื่อนาน เข้าก็เริ่มแพร่หลายสู่ราษฎรในกรุงเทพฯ แล้วขยายไปยังหัวเมืองใกล้เคียงในบริเวณที่ราบลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยา และกว่าจะเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วประเทศก็ประมาณปี พ.ศ. 2500 หรือก่อน หน้านั้นไม่นานนัก ส่งผลให้เกิด “เพลงลอยกระทง” ในจังหวะของ สุนทราภรณ์ ที่เผยแพร่ ผ่านทางวิทยุกระจายเสียง จนในที่สุดลอยกระทงก็ถือเป็น ประเพณีที่สำคัญของคนไทยทั่วประเทศ
วัน เวลา และสถานที่
ประเพณีนี้จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 12 หรือนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 โดยมีจุดเริ่มต้นที่เชื่อว่ามาจากงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย และในระยะแรกจำกัดอยู่แต่ในราชสำนักกรุงเทพฯ ก่อนจะเริ่มแพร่หลายสู่ราษฎรในกรุงเทพฯ แล้วขยายไปยังหัวเมืองใกล้เคียงในบริเวณที่ราบลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยา และกว่าจะเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วประเทศก็ประมาณปี พ.ศ. 2500 หรือก่อนหน้านั้นไม่นานนัก
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
ประเพณีลอยกระทงเชื่อว่ามีที่มาจากงาน “เผาเทียน เล่นไฟ” ในสมัยสุโขทัย โดยนางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้คิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคม และสมเด็จพระร่วงเจ้าทรงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง ให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอย เพื่ออุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที
เอกลักษณ์และจุดเด่น
นางนพมาศ (ท้าวศรีจุฬาลักษณ์), พระร่วง (สมเด็จพระร่วงเจ้า), พ่อขุนรามคำแหง, กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ, กระทงดอกบัว, โคมลอย, เผาเทียน เล่นไฟ, ศิลาจารึกสมัยสุโขทัย, หนังสือนางนพมาศ, พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 3, เพลงลอยกระทง, สุนทราภรณ์