
ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีเลี้ยงดง ความเชื่อแห่งเมืองล้านนา ที่ปฏิบัติกันมาหลาย 100 ปี ประเพณีเลี้ยงดงเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นประเพณีโบราณไม่กี่ชนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในขณะนี้ โดยทาง ทม.แม่เหียะร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีดังกล่าว และจัดติดต่อกันเป็นประจำทุกปี แม้ปัจจุบันโลกจะเปลี่ยนไปมาก แต่พิธีเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะยังคงได้รับการสืบทอดในฐานะมรดกทางจิตวิญญาณของชาวเชียงใหม่ และเป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่ารากเหง้าความเชื่อของผู้คนล้านนา ที่เคารพทั้งผืนป่า ธรรมชาติ และบรรพชนผู้คุ้มครองแผ่นดินแห่งนี้
วัน เวลา และสถานที่
วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น ณ สำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ 4 (แม่เหียะ) ม.2 ต.แม่เหียะ
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
ภายในพิธีจะมีการสร้างหอผีจากไม้ไผ่จำนวน 12 หอ โดยหอของปู่แสะและย่าแสะจะใหญ่ที่สุด มีการจัดเครื่องเซ่นทั้งลาบ เนื้อดิบ เนื้อสุก ข้าว เหล้า ดอกไม้ ธูปเทียน และนำควายดำมาบวงสรวงตามความเชื่อโบราณ เมื่อเริ่มพิธีม้าขี่ หรือร่างทรง จะทำหน้าที่เชิญผีปู่แสะย่าแสะลงมารับเครื่องเซ่น เชื่อกันว่าขณะเข้าทรง ผีจะกินเนื้อ ดื่มสุรา และอวยพรให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข พิธีทั้งหมดเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ผืนป่า และอำนาจเหนือธรรมชาติ ภายหลังเมื่อพุทธศาสนาเข้ามามีอิทธิพล พิธีเลี้ยงดงก็ผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับพุทธศาสนา มีการทำบุญเลี้ยงพระ และอัญเชิญพระบฎเข้าร่วมในพิธี สะท้อนให้เห็นการปรับตัวของความเชื่อพื้นเมืองล้านนาให้ดำรงอยู่ร่วมกับพุทธศาสนาอย่างกลมกลืน
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ประเพณีเลี้ยงดง หรือ เลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะ เป็นพิธีกรรมโบราณแห่งล้านนาที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี โดยมีตำนานเกี่ยวกับผีปู่แสะย่าแสะ ซึ่งเป็นผียักษ์ผู้ปกปักรักษาผืนป่าดอยสุเทพและบ้านเมืองของชาวล้านนา เดิมเป็นผีบรรพบุรุษของชาวลัวะ และเป็นผู้ดูแลรักษาเมืองเชียงใหม่ในยุคแรก ตำนานเล่าว่าครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมายังเชิงดอยคำ ได้พบยักษ์ทั้งสาม (ปู่แสะ ย่าแสะ และลูก) ซึ่งกินเนื้อสัตว์และมนุษย์ พระพุทธองค์ทรงแผ่เมตตาจนยักษ์ยอมสยบและทรงแสดงธรรมให้รักษาศีลห้า แต่ปู่แสะย่าแสะไม่อาจถือศีลได้ครบ จึงต่อรองขอกินสัตว์แทน โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าเมืองเชียงใหม่ให้มีการเซ่นสรวงด้วยควายปีละครั้ง ซึ่งเป็นที่มาของพิธีนี้ ปู่แสะย่าแสะจึงมิใช่เพียงเรื่องผีในตำนาน หากแต่เป็นภาพสะท้อนโลกทัศน์ของคนล้านนา ที่มองว่าป่า ภูเขา และสิ่งเหนือธรรมชาติ ล้วนมีชีวิตและต้องอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพ
ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีเลี้ยงดง ความเชื่อแห่งเมืองล้านนา ที่ปฏิบัติกันมาหลาย 100 ปี ประเพณีเลี้ยงดงเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นประเพณีโบราณไม่กี่ชนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในขณะนี้ โดยทาง ทม.แม่เหียะร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีดังกล่าว และจัดติดต่อกันเป็นประจำทุกปี แม้ปัจจุบันโลกจะเปลี่ยนไปมาก แต่พิธีเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะยังคงได้รับการสืบทอดในฐานะมรดกทางจิตวิญญาณของชาวเชียงใหม่ และเป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่ารากเหง้าความเชื่อของผู้คนล้านนา ที่เคารพทั้งผืนป่า ธรรมชาติ และบรรพชนผู้คุ้มครองแผ่นดินแห่งนี้
วัน เวลา และสถานที่
วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น ณ สำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ 4 (แม่เหียะ) ม.2 ต.แม่เหียะ
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
ภายในพิธีจะมีการสร้างหอผีจากไม้ไผ่จำนวน 12 หอ โดยหอของปู่แสะและย่าแสะจะใหญ่ที่สุด มีการจัดเครื่องเซ่นทั้งลาบ เนื้อดิบ เนื้อสุก ข้าว เหล้า ดอกไม้ ธูปเทียน และนำควายดำมาบวงสรวงตามความเชื่อโบราณ เมื่อเริ่มพิธีม้าขี่ หรือร่างทรง จะทำหน้าที่เชิญผีปู่แสะย่าแสะลงมารับเครื่องเซ่น เชื่อกันว่าขณะเข้าทรง ผีจะกินเนื้อ ดื่มสุรา และอวยพรให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข พิธีทั้งหมดเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ผืนป่า และอำนาจเหนือธรรมชาติ ภายหลังเมื่อพุทธศาสนาเข้ามามีอิทธิพล พิธีเลี้ยงดงก็ผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับพุทธศาสนา มีการทำบุญเลี้ยงพระ และอัญเชิญพระบฎเข้าร่วมในพิธี สะท้อนให้เห็นการปรับตัวของความเชื่อพื้นเมืองล้านนาให้ดำรงอยู่ร่วมกับพุทธศาสนาอย่างกลมกลืน
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ประเพณีเลี้ยงดง หรือ เลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะ เป็นพิธีกรรมโบราณแห่งล้านนาที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี โดยมีตำนานเกี่ยวกับผีปู่แสะย่าแสะ ซึ่งเป็นผียักษ์ผู้ปกปักรักษาผืนป่าดอยสุเทพและบ้านเมืองของชาวล้านนา เดิมเป็นผีบรรพบุรุษของชาวลัวะ และเป็นผู้ดูแลรักษาเมืองเชียงใหม่ในยุคแรก ตำนานเล่าว่าครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมายังเชิงดอยคำ ได้พบยักษ์ทั้งสาม (ปู่แสะ ย่าแสะ และลูก) ซึ่งกินเนื้อสัตว์และมนุษย์ พระพุทธองค์ทรงแผ่เมตตาจนยักษ์ยอมสยบและทรงแสดงธรรมให้รักษาศีลห้า แต่ปู่แสะย่าแสะไม่อาจถือศีลได้ครบ จึงต่อรองขอกินสัตว์แทน โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าเมืองเชียงใหม่ให้มีการเซ่นสรวงด้วยควายปีละครั้ง ซึ่งเป็นที่มาของพิธีนี้ ปู่แสะย่าแสะจึงมิใช่เพียงเรื่องผีในตำนาน หากแต่เป็นภาพสะท้อนโลกทัศน์ของคนล้านนา ที่มองว่าป่า ภูเขา และสิ่งเหนือธรรมชาติ ล้วนมีชีวิตและต้องอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพ