
การแสดงหนังใหญ่ชุด “ศึกบางระจัน” และการแสดง “ระบำควาย” ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00–12.00 น. ณ ลานสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ หน้าวิหารหลวงปู่ธรรมโชติ วัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี โดยถือเป็นครั้งแรกของการนำเรื่องราววีรกรรมชาวบ้านบางระจันมาประยุกต์สร้างสรรค์เป็นการแสดงหนังใหญ่ ผลงานการแสดงของชมรมชมรมหนังใหญ่ โรงเรียนสิงห์บุรี ภายใต้โครงการ "ลูกสิงห์อนุรักษ์หนังใหญ่"
อาจารย์อุเทน เปียหลอ ครูผู้ฝึกสอน เปิดเผยว่า การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรำถวายและขอพรหลวงปู่ธรรมโชติ พร้อมรำลึกถึงปู่ย่าวีรชนชาวบ้านบางระจัน เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชนที่ร่วมฝึกซ้อมและสืบทอดศิลปวัฒนธรรม
สำหรับหนังใหญ่ชุด “ศึกบางระจัน” เกิดจากแนวคิดของอาจารย์คณิต ภักดี ที่ต้องการสืบสานศิลปะหนังใหญ่ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความผูกพันกับเมืองสิงห์บุรี พร้อมนำประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นการแสดงชุดใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงและเรียนรู้เรื่องราวของบ้านเกิดผ่านศิลปะการแสดง
อาจารย์อุเทนกล่าวเพิ่มเติมว่า ชมรมฯ ได้จัดสร้างตัวหนังใหญ่ขึ้นใหม่ ถ่ายทอดตัวละครและเหตุการณ์จากศึกบางระจัน ผ่านการเชิดหนัง ดนตรี และลีลาการแสดง โดยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกฝนและสืบทอดศิลปวัฒนธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงชุด “ระบำบันเทิงกาสร หรือระบำควาย” มาแสดงถวายเพิ่มสีสันอีกด้วย จึงขอเชิญชวนร่วมชมและเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ
การแสดงหนังใหญ่ชุด “ศึกบางระจัน” และการแสดง “ระบำควาย” ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00–12.00 น. ณ ลานสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ หน้าวิหารหลวงปู่ธรรมโชติ วัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี โดยถือเป็นครั้งแรกของการนำเรื่องราววีรกรรมชาวบ้านบางระจันมาประยุกต์สร้างสรรค์เป็นการแสดงหนังใหญ่ ผลงานการแสดงของชมรมชมรมหนังใหญ่ โรงเรียนสิงห์บุรี ภายใต้โครงการ "ลูกสิงห์อนุรักษ์หนังใหญ่"
อาจารย์อุเทน เปียหลอ ครูผู้ฝึกสอน เปิดเผยว่า การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรำถวายและขอพรหลวงปู่ธรรมโชติ พร้อมรำลึกถึงปู่ย่าวีรชนชาวบ้านบางระจัน เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชนที่ร่วมฝึกซ้อมและสืบทอดศิลปวัฒนธรรม
สำหรับหนังใหญ่ชุด “ศึกบางระจัน” เกิดจากแนวคิดของอาจารย์คณิต ภักดี ที่ต้องการสืบสานศิลปะหนังใหญ่ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความผูกพันกับเมืองสิงห์บุรี พร้อมนำประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นการแสดงชุดใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงและเรียนรู้เรื่องราวของบ้านเกิดผ่านศิลปะการแสดง
อาจารย์อุเทนกล่าวเพิ่มเติมว่า ชมรมฯ ได้จัดสร้างตัวหนังใหญ่ขึ้นใหม่ ถ่ายทอดตัวละครและเหตุการณ์จากศึกบางระจัน ผ่านการเชิดหนัง ดนตรี และลีลาการแสดง โดยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกฝนและสืบทอดศิลปวัฒนธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงชุด “ระบำบันเทิงกาสร หรือระบำควาย” มาแสดงถวายเพิ่มสีสันอีกด้วย จึงขอเชิญชวนร่วมชมและเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ