ThaiVerse iconThaiVerse
ปอยส่างลอง

ปอยส่างลอง

จ.แม่ฮ่องสอน
เทศกาลท้องถิ่น/ชาติพันธุ์
เทศกาลวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น
งานประจำปี
เดือนมีนาคม
บ้านต่อแพ
จ.แม่ฮ่องสอน

ทำไมควรไป?

คำว่า “ปอยส่างลอง”

เป็นภาษาไทใหญ่เกิดจากคำ 3 คำ มาสมาสกัน คือ คำว่า “ปอย” แปลว่า “งาน” คำว่า “ส่าง” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “สาง” หรือ “ขุนสาง” หมายถึง พระพรหม ในหนังสือธรรมะของชาวไทใหญ่กล่าวถึงว่า “พระคณิตพรหมได้ถวายจีวรแก่เจ้าชายสิทธัตถะ ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา เมื่อคราวที่หนีออกไปบวช” อีกความหมายหนึ่งนั้น คำว่า “ส่าง” มาจากคำว่า “เจ้าส่าง” หมายถึงสามเณร ส่วนคำว่า “ลอง” มาจากคำว่า “อลอง” แปลว่า พระโพธิสัตว์ หรือหน่อพุทธางกูร ดังนั้นงาน “ปอยส่างลอง” ก็คืองานบวชลูกแก้วของชาวล้านนานั่นเอง

ประวัติความเป็นมา

ส่างลอง มีความหมาย 2 นัย ดังนี้ (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2549:215-217)

  1. นัยที่หนึ่ง เป็นคำผสมระหว่างคำว่า “ส่าง” หมายถึง เจ้าส่าง คือสามเณรในภาษาไทย กับคำว่า “ลอง” หรือ “อลอง” หมายถึงหน่อกษัตริย์หรือผู้ที่เตรียมจะเป็นส่างลองคือผู้ที่เตรียมจะเป็นสามเณร การเป็นส่างลองนั้นเป็นการเลียนแบบประวัติของพระพุทธเจ้าตอนที่เป็นเจ้าชายสิทธัตถะครองกรุงกบิลพัสดุ์ก่อนจะออกผนวช การกระทำทุกอย่างในช่วงเวลาการเป็นส่างลองจะปฏิบัติเสมือนการปฏิบัติต่อพระมหากษัตริย์ เป็นความเชื่อตามวรรณกรรมไทใหญ่เรื่องอะหน่าก้าดตะหว่างซึ่งกล่าวถึงพระเจ้าอาชาตศัตรูมังจี (อชาตศัตรู) หลังจากที่ได้สำนึกผิดในการทำปิตุฆาตโดยหลงผิดไปร่วมมือกับพระเทวทัตทำบาปหนักต่างๆ แล้วได้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่าทำอย่างไรจะได้เป็นเหล่ากอของพระพุทธเจ้าคือเป็นอลองพญา (หน่อพุทธางกูร) พระพุทธองค์ทรงตอบว่าต้องนำบุตรชายเข้าบวชในศาสนา จึงได้นำเจ้าชายอะจิ้กต๊ะมังซา (อชิตกุมาร) พระราชโอรสของพระองค์เข้าบรรพชาเป็นสามเณรและทรงมีพุทธทำนายว่าอชิตสามเณรจะมาตรัสรู้เป็นพระศรีอริยเมตไตรยพระพุทธเจ้าแห่งภัทรกัปนี้ วรรณกรรมฉบับนี้แต่งเมื่อประมาณ 100 ปีเศษ โดยพระอู่ก่าวิจิ่งต่า วัดสบตุ๋ง เมืองตุ๋ง จังหวัดจ๊อกแม ประเทศพม่า และพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2508 (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2549:215-217)
  2. นัยที่สอง ถือตามความในวรรณกรรมไตเรื่อง “อ่าหนั่นต่าตองป่าน” หรือ เรื่องการทูลถามของพระอานนท์ แต่งขึ้นเมื่อประมาณ 200 ปีเศษโดยพระสุหนั่นต่า บ้านกุ๋นอ้อ จังหวัดจ๊อกเม ประเทศพม่า กล่าวถึงเรื่องต่างๆ ที่พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้า ในเรื่องเหล่านั้นมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทูลถามเกี่ยวกับการเป็นส่างลองว่ามีอานิสงส์มากน้อยอย่างไรและพระพุทธเจ้าทรงชี้แจงว่า ถ้านำบุตรของตนบวชจะได้สวรรค์สมบัติเป็นเวลา 8 ก่ำผ่า (กัลป์) ถ้ารับเป็นพ่อข้ามแม่ข้าม (พ่อแม่อุปถัมภ์) จะได้อานิสงส์ 4 ก่ำผ่า (กัลป์) และวรรณกรรมดังกล่าวได้บรรยายเรื่องราวส่างลองไว้ว่า ในอดีตบรรดากษัตริย์และเศรษฐีคหบดีได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานปอยส่างลองขึ้น บังเอยมีบุตรชายของหญิงหม้ายคนหนึ่งมีรูปร่างอัปลักษณ์และมีศรัทธาอยากบรรพชาแต่ไม่มีทรัพย์สมบัติที่จะเป็นเจ้าภาพบวช ด้วยบุญบารมีและแรงศรัทธาของบุตรชาย ได้บันดาลให้พระอินทร์เกิดเมตตาจึงเสด็จมา นำไปพยาบาลให้อาบน้ำเงินน้ำทองขัดสีฉวีวรรณล้างคราบไคลต่างๆ กลายเป็นกุมารที่มีรูปร่างสวยงาม และขุนสาง (พระพรหม) ได้ลงมามอบชฎา (ปานกุม) และสร้อยสังวาล (ลอแป) ให้ พร้อมทั้งรับภาระเป็นพ่อข้าม (พ่ออุปถัมภ์) ในการจัดงานปอยส่างลองครั้งนั้น บุตรชายหญิงหม้ายได้เป็นลูกข้าม (ลูกอุปถัมภ์) ของขุนสาง (พระพรหม) จึงเรียกกุลบุตรที่ได้รับการยกย่องในช่วงก่อนบรรพชาว่า “สางลอง” หรือ “ส่างลอง” คือลูกอุปถัมภ์หรือลูกบุญธรรมของพระพรหมสืบต่อมาจนปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ากุลบุตรที่จะได้เป็นส่างลองนั้นเป็นผู้มีบุญบารมีมากกว่าคนธรรมดาสามัญ จึงมีโอกาสได้รับการยกย่องให้เป็นหน่อกษัตริย์ หรือบุตรบุญธรรมของพระพรหมในช่วงเวลาก่อนบรรพชา

การเดินทาง

บ้านต่อแพ, จ.แม่ฮ่องสอน

วัดต่อแพ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน รหัสไปรษณีย์ 58140

ข้อควรรู้

วิถีชีวิตของชุมชน

สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่

ห้องน้ำ
ลานจอดรถ

ผู้จัดงาน

จัดโดย:

หน่วยงานเจ้าภาพหลัก- วัด

- อบต.

- เทศบาล

- ชุมชน

- จังหวัด

ผู้จัดร่วม- ททท.

- สวธ.




โดย Sakshipandey S.—การดู 19 ครั้ง—0 แชร์

แท็ก

ขบวนแห่

แชร์เนื้อหา: