
กาหลอ
กาหลอ เป็นดนตรีพื้นเมืองประเภทเครื่องประโคมเก่าแก่ของภาคใต้ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมมลายูมาตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 13
ความเป็นมา
กาหลอได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมมลายูมาตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 13 ชาวมลายูสมัยนั้นใช้กาหลอประโคมในงานศพ เพื่อน้อมวิญญาณของผู้ตายสักการบูชาแก่พระอิศวร หรือพระกาล และยังเป็นเครื่องสื่อสารส่งข่าวการตายแก่ญาติมิตรด้วย ต่อมาศาสนาอิสลามเผยแพร่เข้ามา กาหลอจึงสูญไปจากวัฒนธรรมมลายู คงเหลืออยู่แต่ในวัฒนธรรมไทย ซึ่งเมื่อไทยรับเอากาหลอมา เดิมใช้ในงานศพ งานสงกรานต์ และงานบุญต่างๆ แต่ปัจจุบันนิยมเป็นส่วนใหญ่ในงานศพ ตำนานกาหลอมีหลายกระแส เช่น พระพุทธเจ้าดำริให้มีกาหลอขึ้นเพื่อใช้ประโคมแห่นำพระเศียรของพระพรหมเป็นครั้งแรก หรือเชื่อว่ากาหลอเป็นเสียงฆ้องกลองสวรรค์ที่คณะภิกษุสร้างขึ้นเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานเพื่อแห่นำพระศพของพระพุทธเจ้า หรือพระพุทธเจ้าเป็นผู้ให้กำเนิดกาหลอเพื่อใช้ประโคมแห่นาค และแห่ศพในพิธีทางพุทธศาสนา
เอกลักษณ์
กาหลอเป็นดนตรีพื้นเมืองที่มีความผูกพันกับพิธีกรรมทางศาสนามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะงานศพ มีเครื่องดนตรีเฉพาะตัวคือ ปี่ห้อ (ปี่ฮ้อ) ซึ่งถือเป็นดนตรีครู ใช้สำหรับเป่าเลียนเสียงพูดให้เข้ากับจังหวะและทำนอง กลองทนที่มีหน่วยลูกและหน่วยแม่ตีขัดกัน และฆ้องที่ใช้เน้นจังหวะ การรับงานมีธรรมเนียมเฉพาะ เช่น ต้องนำหมากไปบูชาครู และค่าจ้างเรียกว่า 'ค่าเปิดปากปี่' หรือ 'ค่าราดขวัญข้าว' หรือ 'ค่าราดโรง' ซึ่งเคยคิดตามราคาโลงศพ
รูปแบบการแสดง
วงกาหลอหนึ่งวงใช้ผู้ประโคมดนตรี 4 คน โดยมีหัวหน้าวงเป็นผู้เป่าปี่ เรียกว่า นายโรงหรือนายปี ลูกวงอีก 3 คน ทำหน้าที่ตีกลองทน 2 คน เรียกว่า นายทน และตีฆ้อง 1 คน เรียกว่านายฆ้อง บางวงอาจมีคนเป่าปี่เพิ่มขึ้นอีก 2 คน เพลงที่ใช้บรรเลงมีจำนวนระหว่าง 7-22 เพลง ส่วนใหญ่มี 12 เพลง โดยมีชื่อและความหมายคล้ายกัน เช่น เหยี่ยวเล่นลม, ทอมท่อม, ยั่วยาน, สุริยน, ทองศรี, พลายแก้วพลายทอง, พระพาย การตีกลองทนแต่ละเพลงจะตีด้วยจังหวะที่แตกต่างกัน โดยใช้มือตีบ้างใช้ไม้ตีบ้าง
เครื่องดนตรี/เครื่องแต่งกาย
วงกาหลอประกอบด้วยเครื่องดนตรี 3 อย่าง คือ ปี่ กลองทน และฆ้อง ปี่กาหลอ เรียกว่า ปี่ห้อ หรือปี่ฮ้อ ทำด้วยไม้มี 3 รู รูข้างใต้เรียกว่า ทองสี ส่วนปากหรือลิ้นทำด้วยโลหะ กลองทนคล้ายกลองแขกแต่ขนาดเล็กกว่า เป็นกลอง 2 หน้า มี 1 คู่ เรียกว่า หน่วยลูกกับหน่วยแม่ หน่วยแม่มีเสียงทุ้มเป็นทนยืน หน่วยลูกมีเสียงแหลมสูงเป็นทนประกอบ ไม้ที่ตีทำเป็นรูปโค้งคล้ายเขาควาย ฆ้องใช้ตีเน้นจังหวะ แต่เดิมใช้ 2 ใบ ขนาดใหญ่มาก ปัจจุบันใช้ใบเดียวเป็นฆ้องขนาดกลางเสียงทุ้มกังวาน
คุณค่าทางวัฒนธรรม
กาหลอเป็นดนตรีพื้นเมืองที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะดนตรีประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและงานศพมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยมลายูที่ใช้ประโคมในงานศพเพื่อสักการบูชาพระอิศวร/พระกาล และสื่อสารข่าวการตาย จนมาถึงวัฒนธรรมไทยที่ใช้ในงานศพ งานบวชนาคของผู้สูงอายุ และงานขึ้นเบญจารดน้ำคนเฒ่าคนแก่ แต่ที่นิยมมากที่สุดคืองานศพ มีธรรมเนียมการบูชาครูโดยนำหมากไปติดต่อ และมีค่าจ้างที่เรียกว่า 'ค่าเปิดปากปี่' หรือ 'ค่าราดขวัญข้าว' หรือ 'ค่าราดโรง' ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อและประเพณีที่สืบทอดกันมา
นางสาวนิศาชล มีศรี meesri.nisachon@gmail.com