
งานสมโภชหลักเมืองยะลาจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองหลักเมืองยะลา ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่จังหวัดยะลาแยกตัวจาก 7 หัวเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2333) หลักเมืองสร้างขึ้นจากไม้ชัยพฤกษ์ที่จัดหาโดยกรมป่าไม้จากป่าเมืองกาญจนบุรี มีลักษณะเป็นแท่งกลม ต้นเสาวัดโดยรอบได้ 105 เซนติเมตร ปลายเสา 48 เซนติเมตร สูง 1.25 เมตร มีเทพารักษ์จากกาญจนบุรีประจำอยู่บนฐานกลม แกะสลักลวดลายแบบไทย ลงรักปิดทองรอบฐานชั้นบนและกลาง เป็นรูปนักรบโบราณถือโล่และดาบ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นวิญญาณแม่ทัพคนหนึ่งของพระเจ้าตากสินมหาราช ยอดเสาหลักเมืองแกะเป็นรูปพระพรหมมี 4 หน้า แสดงถึงหลักเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ศาลหลักเมืองก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยหินขัดทั้งหลังเป็นรูปจัตุรมุข หันหน้าไปตามทิศทั้ง 4 มีบันไดขึ้นทั้ง 4 ทิศ รูปลักษณ์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สอบสอง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ตัวศาลากว้าง 6.00 เมตร สูง 6.50 เมตร มีถนนทางเข้า 4 ทิศ รอบ ๆ ตัวศาลมีสระน้ำและปลูกไม้ประดับพันธุ์ไม้ไทย
วัน เวลา และสถานที่
การก่อสร้างหลักเมืองยะลาเริ่มต้นวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 เวลา 10.30 น. ณ บริเวณศูนย์วงเวียน หน้าศาลากลางจังหวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมยอดเสาหลักเมืองเมื่อวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2505 และมีพิธีฝังเสาและปักยอดหลักเมืองเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 เวลา 12.11 น. งานสมโภชหลักเมืองครั้งแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-31 พฤษภาคม พ.ศ.2505 และจัดเป็นงานประจำปีทุกปี สำหรับปี 2566 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2566
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
งานสมโภชหลักเมืองยะลาเป็นงานเฉลิมฉลองประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งและประดิษฐานหลักเมืองยะลา
เอกลักษณ์และจุดเด่น
บุคคลและหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและสมโภชหลักเมืองยะลา ได้แก่ พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้ริเริ่มการก่อสร้าง, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ผู้ทรงพระสุหร่ายและเจิมยอดเสาหลักเมือง, และกรมป่าไม้ ผู้จัดหาไม้ชัยพฤกษ์ นอกจากนี้ หลักเมืองยังมีความเชื่อเกี่ยวกับเทพารักษ์จากกาญจนบุรี และวิญญาณแม่ทัพคนหนึ่งของพระเจ้าตากสินมหาราชที่สถิตอยู่ จังหวัดยะลาเองมีประวัติศาสตร์การก่อตั้งเป็นเมืองแยกจาก 7 หัวเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2333) และมีเจ้าเมืองปกครองมาแล้ว 31 คน (ถึง พ.ศ. 2505)
งานสมโภชหลักเมืองยะลาจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองหลักเมืองยะลา ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่จังหวัดยะลาแยกตัวจาก 7 หัวเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2333) หลักเมืองสร้างขึ้นจากไม้ชัยพฤกษ์ที่จัดหาโดยกรมป่าไม้จากป่าเมืองกาญจนบุรี มีลักษณะเป็นแท่งกลม ต้นเสาวัดโดยรอบได้ 105 เซนติเมตร ปลายเสา 48 เซนติเมตร สูง 1.25 เมตร มีเทพารักษ์จากกาญจนบุรีประจำอยู่บนฐานกลม แกะสลักลวดลายแบบไทย ลงรักปิดทองรอบฐานชั้นบนและกลาง เป็นรูปนักรบโบราณถือโล่และดาบ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นวิญญาณแม่ทัพคนหนึ่งของพระเจ้าตากสินมหาราช ยอดเสาหลักเมืองแกะเป็นรูปพระพรหมมี 4 หน้า แสดงถึงหลักเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ศาลหลักเมืองก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยหินขัดทั้งหลังเป็นรูปจัตุรมุข หันหน้าไปตามทิศทั้ง 4 มีบันไดขึ้นทั้ง 4 ทิศ รูปลักษณ์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สอบสอง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ตัวศาลากว้าง 6.00 เมตร สูง 6.50 เมตร มีถนนทางเข้า 4 ทิศ รอบ ๆ ตัวศาลมีสระน้ำและปลูกไม้ประดับพันธุ์ไม้ไทย
วัน เวลา และสถานที่
การก่อสร้างหลักเมืองยะลาเริ่มต้นวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 เวลา 10.30 น. ณ บริเวณศูนย์วงเวียน หน้าศาลากลางจังหวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมยอดเสาหลักเมืองเมื่อวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2505 และมีพิธีฝังเสาและปักยอดหลักเมืองเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 เวลา 12.11 น. งานสมโภชหลักเมืองครั้งแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-31 พฤษภาคม พ.ศ.2505 และจัดเป็นงานประจำปีทุกปี สำหรับปี 2566 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2566
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
งานสมโภชหลักเมืองยะลาเป็นงานเฉลิมฉลองประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งและประดิษฐานหลักเมืองยะลา
เอกลักษณ์และจุดเด่น
บุคคลและหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและสมโภชหลักเมืองยะลา ได้แก่ พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้ริเริ่มการก่อสร้าง, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ผู้ทรงพระสุหร่ายและเจิมยอดเสาหลักเมือง, และกรมป่าไม้ ผู้จัดหาไม้ชัยพฤกษ์ นอกจากนี้ หลักเมืองยังมีความเชื่อเกี่ยวกับเทพารักษ์จากกาญจนบุรี และวิญญาณแม่ทัพคนหนึ่งของพระเจ้าตากสินมหาราชที่สถิตอยู่ จังหวัดยะลาเองมีประวัติศาสตร์การก่อตั้งเป็นเมืองแยกจาก 7 หัวเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2333) และมีเจ้าเมืองปกครองมาแล้ว 31 คน (ถึง พ.ศ. 2505)