
ประเพณียี่เป็งเป็นงานประเพณีอันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนาของภาคเหนือไทยที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ตรงกับวันเพ็ญเดือนยี่ของชาวล้านนา หรือวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลาง (วันลอยกระทง) ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว อากาศดี ท้องฟ้าปลอดโปร่งโล่งสบายตา พิธีกรรมในวันยี่เป็งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นงานสืบสานประเพณีแห่งวัฒนธรรมชาวพุทธที่ดีเยี่ยม เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาและรุ่นลูกรุ่นหลานได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังสร้างความสนุกสนานและความสามัคคีในหมู่บ้าน รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาสัมผัสบรรยากาศงานยี่เป็งเชียงใหม่ในผืนแผ่นดินล้านนา
วัน เวลา และสถานที่
ประเพณียี่เป็งตรงกับวันเพ็ญเดือนยี่ของชาวล้านนา หรือวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลาง (วันลอยกระทง) ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว ประเพณีจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ ซึ่งถือว่าเป็น "วันดา" หรือวันจ่ายของเตรียมไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัด วันขึ้น 14 ค่ำ ผู้มีจิตศรัทธาจะไปถือศีล ฟังธรรม ทำบุญเลี้ยงพระที่วัด และทำกระทงขนาดใหญ่ตั้งไว้ที่ลานวัดเพื่อใส่ของกินของใช้เป็นทานแก่คนยากจน ครั้นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ จึงนำกระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็กๆ ที่มาพร้อมของส่วนตัวไปลอยลำน้ำต่อไป สถานที่จัดงานคือดินแดนล้านนาของภาคเหนือไทย โดยเฉพาะที่เมืองเชียงใหม่
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
ธรรมเนียมปฏิบัติของชาวล้านนาในวันยี่เป็งมีการลอยกระทงในแม่น้ำตามประเพณีลอยกระทงของไทย และประเพณีสำคัญคือการจุดประทีปโคมลอยขึ้นไปสว่างไสวบนท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ หรือเพื่อลอยเคราะห์สะเดาะเคราะห์ให้เกิดความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ในงานบุญยี่เป็งของเมืองเชียงใหม่ยังมีการเทศน์มหาชาติ ผู้คนจะตกแต่งบ้านเรือน วัดวาอาราม และถนนหนทางด้วยต้นกล้วย อ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุงช่อประทีปและชักโคมยี่เป็งแบบต่างๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา ตกกลางคืนจะมีมหรสพและการละเล่นมากมาย มีการแห่โคมทอง พร้อมกับการจุดถ้วยประทีป (การจุดผางปะติ๊ด) เพื่อบูชาพระรัตนตรัย การจุดโคมไฟประดับตกแต่งตามวัดวาอาราม และการจุดโคมปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ชาวบ้านยังเชื่อว่าการปล่อยว่าวไฟหรือโคมลอยจะนำเอาเคราะห์ร้ายภัยพิบัติต่างๆ ออกไปจากหมู่บ้าน
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ประวัติเกี่ยวกับประเพณียี่เป็ง ในภาษาคำเมืองของทางเหนือ "ยี่" แปลว่า สอง และคำว่า "เป็ง" หมายถึง เพ็ญ หรือพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้นจึงหมายถึงประเพณีพระจันทร์เต็มดวงในเดือนสอง โดยในพงศาวดารโยนกและจามเทวี มีบันทึกว่าครั้งหนึ่งได้เกิดอหิวาตกโรคขึ้นในแคว้นหริภุญไชย ทำให้ชาวเมืองต้องอพยพไปอยู่เมืองหงสาวดี นานถึง 6 ปี เมื่อเวลาเวียนมาถึงวันที่จากบ้านจากเมืองไป จึงได้มีการทำกระถางใส่เครื่องสักการบูชา ธูปเทียนลอย ลอยตามน้ำเพื่อให้ไปถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับ เรียกว่า การลอยโขมด หรือลอยไฟ พิธีกรรมในวันยี่เป็งยังถือกันอีกว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นงานสืบสานประเพณีแห่งวัฒนธรรมชาวพุทธที่ดีเยี่ยม
ประเพณียี่เป็งเป็นงานประเพณีอันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนาของภาคเหนือไทยที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ตรงกับวันเพ็ญเดือนยี่ของชาวล้านนา หรือวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลาง (วันลอยกระทง) ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว อากาศดี ท้องฟ้าปลอดโปร่งโล่งสบายตา พิธีกรรมในวันยี่เป็งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นงานสืบสานประเพณีแห่งวัฒนธรรมชาวพุทธที่ดีเยี่ยม เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาและรุ่นลูกรุ่นหลานได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังสร้างความสนุกสนานและความสามัคคีในหมู่บ้าน รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาสัมผัสบรรยากาศงานยี่เป็งเชียงใหม่ในผืนแผ่นดินล้านนา
วัน เวลา และสถานที่
ประเพณียี่เป็งตรงกับวันเพ็ญเดือนยี่ของชาวล้านนา หรือวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลาง (วันลอยกระทง) ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว ประเพณีจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ ซึ่งถือว่าเป็น "วันดา" หรือวันจ่ายของเตรียมไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัด วันขึ้น 14 ค่ำ ผู้มีจิตศรัทธาจะไปถือศีล ฟังธรรม ทำบุญเลี้ยงพระที่วัด และทำกระทงขนาดใหญ่ตั้งไว้ที่ลานวัดเพื่อใส่ของกินของใช้เป็นทานแก่คนยากจน ครั้นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ จึงนำกระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็กๆ ที่มาพร้อมของส่วนตัวไปลอยลำน้ำต่อไป สถานที่จัดงานคือดินแดนล้านนาของภาคเหนือไทย โดยเฉพาะที่เมืองเชียงใหม่
รูปแบบและกิจกรรมภายในงาน
ธรรมเนียมปฏิบัติของชาวล้านนาในวันยี่เป็งมีการลอยกระทงในแม่น้ำตามประเพณีลอยกระทงของไทย และประเพณีสำคัญคือการจุดประทีปโคมลอยขึ้นไปสว่างไสวบนท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ หรือเพื่อลอยเคราะห์สะเดาะเคราะห์ให้เกิดความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ในงานบุญยี่เป็งของเมืองเชียงใหม่ยังมีการเทศน์มหาชาติ ผู้คนจะตกแต่งบ้านเรือน วัดวาอาราม และถนนหนทางด้วยต้นกล้วย อ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุงช่อประทีปและชักโคมยี่เป็งแบบต่างๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา ตกกลางคืนจะมีมหรสพและการละเล่นมากมาย มีการแห่โคมทอง พร้อมกับการจุดถ้วยประทีป (การจุดผางปะติ๊ด) เพื่อบูชาพระรัตนตรัย การจุดโคมไฟประดับตกแต่งตามวัดวาอาราม และการจุดโคมปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ชาวบ้านยังเชื่อว่าการปล่อยว่าวไฟหรือโคมลอยจะนำเอาเคราะห์ร้ายภัยพิบัติต่างๆ ออกไปจากหมู่บ้าน
เอกลักษณ์และจุดเด่น
ประวัติเกี่ยวกับประเพณียี่เป็ง ในภาษาคำเมืองของทางเหนือ "ยี่" แปลว่า สอง และคำว่า "เป็ง" หมายถึง เพ็ญ หรือพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้นจึงหมายถึงประเพณีพระจันทร์เต็มดวงในเดือนสอง โดยในพงศาวดารโยนกและจามเทวี มีบันทึกว่าครั้งหนึ่งได้เกิดอหิวาตกโรคขึ้นในแคว้นหริภุญไชย ทำให้ชาวเมืองต้องอพยพไปอยู่เมืองหงสาวดี นานถึง 6 ปี เมื่อเวลาเวียนมาถึงวันที่จากบ้านจากเมืองไป จึงได้มีการทำกระถางใส่เครื่องสักการบูชา ธูปเทียนลอย ลอยตามน้ำเพื่อให้ไปถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับ เรียกว่า การลอยโขมด หรือลอยไฟ พิธีกรรมในวันยี่เป็งยังถือกันอีกว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นงานสืบสานประเพณีแห่งวัฒนธรรมชาวพุทธที่ดีเยี่ยม