หน้าหลัก
เทศกาลประเพณี
เที่ยวชุมชน
การแสดงพื้นบ้าน
CPOT
ทัวร์เสมือนจริง
กิจกรรมออนไลน์
เข้าสู่ระบบ
th
Save to wishlist
เที่ยวชุมชน
ชุมชนลำปางหลวง
by
ThaiVerse
—
การดู 12 ครั้ง
—
0 แชร์
หน้าหลัก
เที่ยวชุมชน
ชุมชนยลวิถี
ชุมชนยลวิถี: ชุมชนลำปางหลวง
ข้อมูลอัตลักษณ์ชุมชน
ไฮไลต์และจุดเช็คอิน
แผนที่การเดินทาง
ข้อมูลอัตลักษณ์ชุมชน
ชาวชุมชนลำปางหลวงมีการผสมผสานกันหลากหลายชาติพันธุ์ เนื่องจากมีการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน แต่อาจกล่าวได้ว่าผู้อาศัยในชุมชนปัจจุบันเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์กับชาวลำปางที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาอย่างยาวนาน เช่น ชาวจีน ชาวลาว และชาวไทย ภาษาเหนือ หรือภาษากำเมือง สำเนียงอำเภอเกาะคา ซึ่งจะมีสำเนียงแปลกจากสำเนียงกำเมืองทั่ว ๆ ไป
ไฮไลต์และจุดเช็คอิน
ชุมชนลำปางหลวงถือว่าเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ราบลุ่มน้ำวัง ที่มีสตอรี่หรือเรื่องเล่าซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดหรือจินตนาการต่อได้ และเกิดการสัมมนาทางวิชาการด้านตำนาน ความเชื่อ หรือประวัติศาสตร์นครลำปางมาอย่างช้านานในวงกว้างอยู่หลายครั้ง อีกทั้งสามารถนำไปเป็นศิลปะการแสดงได้ เช่น เรื่องพ่อเจ้าทิพย์ช้าง เรื่องตำนานพระแก้วมรกตดอนเต้ากับนางสุชาดา เป็นต้น ถือว่าเป็น Soft Power สายมู ที่คนส่วนใหญ่เคารพศรัทธา **ตำนานพระเจ้าเลียบโลก** ตามตำนานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระสามองค์ ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่าง ๆ จนถึงบ้านลัมภะการีวัน หรือบ้านลำปางหลวงในปัจจุบัน พระพุทธเจ้าได้ประทับเหนือดอยม่อนน้อย มีชาวลัวะคนหนึ่งชื่อ ลัวะอ้ายกอน เกิดความเลื่อมใส ได้นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้ป้าง มะพร้าว และมะตูมมาถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือ แล้วทรงพยากรณ์ว่าสถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ลัมพกัปปะนคร แล้วได้ทรงลูบพระเศียร ได้พระเกศามาหนึ่งเส้นมอบให้แก่ลัวะอ้ายกอนผู้นั้น ลัวะอ้ายกอนได้นำพระเกศานั้นบรรจุในผอบทองคำ และใส่ลงในอุโมงค์ พร้อมถวายแก้วแหวนเงินทองเป็นเครื่องบูชา แล้วแต่งยนต์ผัด (ยนต์หมุน) รักษาไว้ และถมดินให้เรียบเสมอกัน แล้วก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์นั้น ในสมัยต่อมาก็ได้มีกษัตริย์เจ้าผู้ครองนครลำปางอีกหลายพระองค์ มาก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซม จนกระทั่งเป็นวัดที่มีความงามอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน **ตำนานพระนางจามเทวีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธาตุลำปางหลวงและบ่อน้ำเลี้ยงพระนางจามเทวี** เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าแม่จามเทวี หรือพระนางจามเทวี เรื่องราวโดยละเอียดของพระนาง บันทึกไว้ในเอกสารโบราณหลายชิ้นที่สำคัญ เช่น จามเทวีวงศ์ พงศาวดารเมืองหริปุญชัย และชินกาลมาลีปกรณ์ ฯลฯ แต่ละตำนานก็ระบุวัน เดือน ปี รวมทั้งข้อมูลรายละเอียดบางช่วงบางตอนผิดแผกแตกต่างกัน โดยเฉพาะประวัติความเป็นมาในช่วงต้นของพระนางจามเทวีซึ่งโลดโผนพิสดาร จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ถูกต้องแน่ชัด โดยสรุปคือ พระนางจามเทวีเป็นกษัตริย์ที่สำคัญองค์หนึ่งแห่งนครหริภุญชัย หรือจังหวัดลำพูนในปัจจุบัน ทรงนำความเจริญหลากหลายประการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตลอดจนความรุ่งเรืองทางศิลปะและอารยธรรมมาสู่ดินแดนภาคเหนือ สรุปความจากตำนานหลายเล่ม ประมวลคร่าว ๆ ได้ว่า พระนางจามเทวีเป็นพระธิดาของเจ้าผู้ครองนครละโว้ บางตำราก็อ้างว่าพระนางเป็นชาวหริภุญชัยโดยกำเนิด แต่พระเจ้ากรุงละโว้นำไปชุบเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ต่อมาได้เสด็จเดินทางไปครองเมืองหริภุญชัย ระยะเวลาสร้างเมืองนั้น ปราชญ์หลายท่านคำนวณศักราชจากเอกสารโบราณ แล้วประมาณว่าอยู่ในระหว่าง พ.ศ. 1071 - 1204 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธาตุลำปางหลวง ตำนานเล่าว่า พ.ศ. 1200 เศษ คราวหนึ่งเจ้าแม่มหาเทวี (พระนางจามเทวี) เสด็จไปทัพยังแม่สลิตจนการทั้งปวงสำเร็จเรียบร้อย ระหว่างเส้นทางกลับ ได้แวะพักตั้งค่ายยังบริเวณที่เรียกว่า สบยาว ปัจจุบันคือตำแหน่งที่ปากห้วยแม่ยาวไหลมาบรรจบแม่น้ำวัง ทางทิศใต้ห่างจากวัดพระธาตุลำปางหลวงประมาณ 2 กิโลเมตร ตกดึกก็ปรากฏแสงไฟจากละแวกใกล้เคียง และลอยพุ่งลงมายังกลางค่ายพัก เบื้องต้นพระนางจามเทวีเข้าใจว่า ชาวบ้านละแวกนั้นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระองค์ แกล้งจุดไฟโตนดเล่น รุ่งขึ้นจึงทรงไต่ถามบรรดาเสนาบดีผู้ใหญ่ ได้ความว่าหามีผู้ใดพบเห็นประกายไฟนั้นไม่ มีเพียงพระนางองค์เดียวที่ทอดพระเนตรเห็น ในที่ประชุมนั้น มีชายผู้หนึ่งชื่อ ล่ามพันทอง กราบทูลว่า ที่พระแม่เจ้าอยู่หัวได้เห็นไฟโตนดตกนั้น หาใช่ไฟโตนดไม่ ที่แท้คือพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่ตั้งอยู่ ณ วัดลัมภะกัปปะนคร หากเสด็จแสดงปาฏิหาริย์ให้พระแม่เจ้าอยู่หัวได้ทราบ ทั้งนี้โดยบุญญาธิการของพระแม่เจ้าอยู่หัวต่างหาก เมื่อฟังคำกราบทูลแล้ว พระนางก็เข้าใจโดยปัญญา และมีรับสั่งให้เตรียมพลยกไปยังลัมภะกัปปะนคร แล้วเสด็จกราบไหว้บูชาองค์พระธาตุด้วยอาการอันเคารพยิ่ง ฝ่ายชาวบ้านเมื่อทราบข่าว ก็ชักชวนกันมาเข้าเฝ้าเพื่อชื่นชมพระบารมี พระนางจามเทวีตรัสถามถึงทุกข์สุขต่าง ๆ กับชาวบ้าน จนทราบว่าเรื่องเดือดร้อนใจสาหัสเพียงอย่างเดียวคือ ขาดแคลนน้ำสำหรับใช้กินดื่ม ต้องนำเกวียนไปบรรทุกจากแม่น้ำวังและห้วยแม่ยาว ซึ่งอยู่ไกล ส่วนบริเวณกลางเมือง ขุดบ่อไว้มากมายก็หาน้ำมิได้เลย พระนางจามเทวีจึงทรงกราบไหว้พระธาตุ กล่าวสัจจะอธิษฐานว่า หากที่นี้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าจริง ขอให้สายน้ำจงแตกออกตรงใจกลางเมืองนี้ เพื่อให้เป็นที่อาศัยแก่หมู่คนทั้งหลายอันได้รับความเดือดร้อนนั้น ต่อมาเมื่อขบวนทัพเสด็จกลับไปแล้ว หญิงชรานามยายลอน ได้พบรอยน้ำซึมออกมาบนผิวดิน จึงขุดลงไปเห็นสายน้ำพวยพุ่งหลากไหล ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นผลแห่งบุญญาธิการของพระนางจามเทวี เมื่อลองดื่มกิน ก็พบว่าน้ำบ่อนี้ใส เย็น และมีรสดี เมื่อข่าวถึงพระนาง พระองค์ทรงเสด็จกลับมายังลัมภะกัปปะนคร ทรงชำระพระวรกายด้วยน้ำจากบ่อนั้น แล้วเสด็จไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นโปรดให้มีการฉลองสมโภชพระบรมสารีริกธาตุตลอด 7 วัน 7 คืน พร้อมถวายที่นาและมอบผู้คนให้เฝ้ารักษาพระธาตุและบ่อน้ำ ก่อนเสด็จกลับในที่สุด
แผนที่และการเดินทาง
ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง, ลำปาง
เปิดแผนที่ Google
แชร์เนื้อหา:
แชร์
คัดลอกลิงก์
บันทึก
เทศกาลที่เกี่ยวข้องที่น่าสนใจ
ลำปาง
โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การตีกองปู่จาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖”
ลำปาง
งานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2566 แม่เมาะ
ลำปาง
สลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง 2569
ลำปาง
กฐินสามัคคี ตักบาตรเทโวฯ วางศิลาฤกษ์เจดีย์
ลำปาง
การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ตามรอยเส้นทางบุญครูบาเจ้าศรีวิชัย”