คลังข้อมูลทุนทางวัฒนธรรม 5F

ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว : มวยโบราณสกลนคร

by ThaiVerse การดู 76 ครั้ง0 แชร์

ข้อมูลทั่วไป

มวยโบราณสกลนคร เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชนเผ่าญ้อในจังหวัดสกลนคร เป็นมวยแบบหนึ่งมีมาแต่โบราณ บางครั้งเรียกว่า “เสือลากหาง”

มวยดังกล่าวนี้นิยมฝึกหัดกันตามคุ้มวัดของหมู่บ้าน เพื่อให้มีกำลังแข็งแรง สามารถใช้ต่อสู้ป้องกันตัวได้ แต่ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความสวยงามของลีลาท่ารำ ท่าฟ้อน นอกจากนี้ยังมีการรํ่าเรียนเวทมนต์คาถาเสกเป่าหมัด เท้า เข่า ศอก ให้มีพละกำลังแข็งแกร่งจนคู่ต่อสู้ทำอันตรายไม่ได้

การแสดงมวยโบราณมักทำกันในงานเทศกาลงานบุญและงานประเพณีต่าง ๆ เช่น 

• เทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษา 

• เทศกาลออกพรรษา เป็นต้น

ในเทศกาลงานบุญเหล่านี้ ชาวบ้านในแต่ละคุ้มวัดจะจัดขบวนแห่ของคุ้มวัดของตนเข้าร่วมขบวนอย่างสนุกสนาน ขบวนแห่นอกจากจะประกอบด้วยผู้คนที่แต่งกายสวยงามตามแบบพื้นเมือง ฟ้อนรำไปตามถนนหนทางแล้ว ยังมีคณะนักมวยของแต่ละคุ้มรำออกหน้าขบวนเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็นอีกด้วย

มวยโบราณสกลนคร เป็นกีฬาพื้นบ้านและศิลปะการต่อสู้ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างนาฏศิลป์พื้นบ้านอีสานและชั้นเชิงการต่อสู้แบบมวยโบราณ โดยเน้นให้เห็นลีลาท่าทางที่งดงาม มิใช่เป็นมวยที่เข้าคลุกวงในชกเอาแพ้ชนะกันเช่นมวยในปัจจุบัน เพราะจะทำให้เห็นลีลาท่าฟ้อนรำน้อยไป

การรำมวยโบราณ เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีศิลปะในตัวเอง ไม่เคร่งครัดตายตัวในแบบแผนและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ความงดงามอยู่ที่ท่าทางการไหว้ครู ซึ่งใช้ลีลาจากอากัปกิริยาของสัตว์ เช่น เสือ ช้าง ม้า วัว ควาย มาดัดแปลงเป็นลีลาการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ นักมวยบางคนยังนำเอาท่าทางการเคลื่อนไหวของลิงและยักษ์ในเรื่องรามเกียรติ์มาประดิษฐ์เป็นท่าทางร่ายรำอย่างสวยงามอีกด้วย

ประวัติความเป็นมา มวยโบราณสกลนครมีประวัติความเป็นมายาวนานเท่าใดไม่ปรากฏ แต่เริ่มมีการบันทึกและสืบทอดโดยครูจำลอง นวลมณี ซึ่งท่านได้อนุรักษ์มวยโบราณสกลนครไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ได้ถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้และพัฒนามาเป็นศิลปะการแสดงในปัจจุบัน

การแสดงมวยโบราณ แบ่งเป็น ๓ ขั้นตอน คือ

๑. การแสดงหมู่หรือเป็นขบวนแห่ ท่ารำที่สำคัญมีอยู่ด้วยกัน ๙ ท่า คือ 

๑. กาเต้นก้อนขี้ไถ 

๒. หวะพราย 

๓. ย้ายสามเส้า 

๔. น้าวเฮียวไผ่ 

๕. ไล่ลูกแตก 

๖. ช้างม้วนงวง 

๗. ทวงฮักกวักชู้ 

๘. แหวกถลากาตากปีก 

๙. เลาะเลียบตูบ

๒. การรำเดี่ยว (ไหว้ครู) มีทั้งหมด ๑๖ ท่า ได้แก่ 

๑. เสือออกเหล่า 

๒. ย่างสามขุม 

๓. กุมภัณฑ์ถอยทัพ 

๔. ลับหอกโมกศักดิ์ 

๕. ตบผาบปราบมาร 

๖. ทะยานเหยื่อ 

๗. เสือลากหาง 

๘. กวางเหลียวหลัง 

๙. ไก่เลียบเล้า 

๑๐. น้าวคันศร 

๑๑. กินนรเข้าถ้ำ 

๑๒. เตี้ยต่ำเสือหมอบ 

๑๓. ทรพีชนพ่อ 

๑๔. ล่อแก้วเมขลา 

๑๕. ม้ากระทืบโรง 

๑๖. ช้างโขลงทะลายป่า

๓. การแสดงการต่อสู้ในเชิงศิลปะ นักมวยทั้งสองฝ่ายจะต่อสู้กัน มีกรรมการเป็นผู้ห้าม การต่อสู้ใช้ฝ่ามือตีหรือตบคู่ต่อสู้ด้วยการใช้ชั้นเชิงและกลเม็ดของนักมวย ซึ่งนักมวยจะเข้าไปเล่นงานคู่ต่อสู้พร้อมกับมาร่ายรำเป็นระยะ ๆ แล้วจึงบุกรับเข้าไปอีก หรือเตรียมตั้งรับและตอบโต้คู่ต่อสู้

การแต่งกาย นิยมนุ่งผ้าโจงกระเบนหยักรั้งเพื่อให้เห็นลายสักขา นิยมนุ่งผ้าสีแดงหรือสีน้ำเงิน มีผ้าคาดเอว สวมมงคลหรือผ้าประเจียดโพกศีรษะ มีผ้ารัดต้นแขนทั้งสองข้าง และนิยมสักลวดลายต่าง ๆ ตามความเชื่อ

เครื่องดนตรีประกอบการแสดง 

๑) เครื่องดีด ได้แก่ พิณ 

๒) เครื่องสี ได้แก่ ซอกระบอกไม้ไผ่ (ซอด้วง) 

๓) เครื่องตี ได้แก่ กลองตุ้ม โปงลาง และฆ้อง 

๔) เครื่องเป่า ได้แก่ แคน และโหวด

เพลงที่นิยมใช้ประกอบการแสดง ได้แก่ ลายภูไทเลาะตูบ และทำนองภูไทน้อย

ปัจจุบันมวยโบราณจะมีการแสดงรำให้เห็นที่จังหวัดสกลนครเท่านั้นและค่อนข้างจะหาดูยาก แต่ได้รับการส่งเสริมจากโรงเรียนหลายแห่งเพื่อสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะการแสดงนี้ไว้คู่กับจังหวัดสกลนคร

มวยโบราณสกลนคร ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖

แชร์เนื้อหา: