
ชุมชนตำบลเมืองที เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์ ด้วยรากฐานที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชุมชนแห่งนี้จึงเป็นศูนย์รวมของวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และประเพณีที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ประวัติศาสตร์และรากฐานของเมืองสุรินทร์: ตำบลเมืองทีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการก่อตั้งเมืองสุรินทร์ในอดีต โดยเป็นถิ่นฐานเดิมของ พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (เชียงปุม) เจ้าเมืองประทายสมันต์ (เมืองสุรินทร์) คนแรก ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานการพัฒนาเมือง ในปี พ.ศ. 2302 เชียงปุมได้แสดงความสามารถในการติดตามช้างเผือกที่หนีออกจากเมืองหลวง ทำให้ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นหลวงสุรินทรภักดี และย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่บ้านคูประทาย ซึ่งต่อมาได้ยกฐานะเป็นเมืองประทายสมันต์ และเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองสุรินทร์ ในปี พ.ศ. 2329 ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของท่าน
อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิต:
บทสรุป: ชุมชนตำบลเมืองทีเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่รวบรวมเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวสุรินทร์ไว้ได้อย่างครบถ้วน การมาเยือนที่นี่จึงเป็นการสัมผัสกับรากเหง้าของอารยธรรมที่ยังคงดำรงอยู่และได้รับการสืบทอดอย่างภาคภูมิใจ
ไฮไลต์และกิจกรรมน่าสนใจในชุมชนตำบลเมืองที
เป็นศาสนสถานโบราณแบบเขมร ตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดจอมสุทธาวาส หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองที ปราสาทแห่งนี้ก่อด้วยอิฐฉาบปูน เดิมมี 5 หลังบนฐานเดียวกัน ปัจจุบันเหลือเพียง 3 หลัง (องค์กลาง, องค์มุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือ, องค์ด้านตะวันตกเฉียงใต้) องค์กลางมีขนาดใหญ่ที่สุด มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง แม้จะมีการดัดแปลงในสมัยหลัง แต่ยังคงสะท้อนถึงความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ที่เปรียบปราสาทประธานเป็นเขาพระสุเมรุ นักวิชาการสันนิษฐานว่าปราสาทเมืองทีอาจสร้างและต่อเติมโดยกลุ่มขอมและกูยที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในปลายสมัยอยุธยา เพื่อฟื้นฟูความรุ่งเรืองของอาณาจักรขอมในอดีต
ตั้งอยู่หน้าอุโบสถ วัดจอมสุทธาวาส เป็นต้นไม้ทรงคุณค่าที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น "รุกขมรดกของแผ่นดิน" ในปี พ.ศ. 2560 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้นมะขามต้นนี้มีเส้นรอบวงกว้างถึง 8 เมตร สูงกว่า 50 เมตร และมีอายุประมาณ 300 ปีขึ้นไป เชื่อกันว่าปลูกขึ้นพร้อมกับการสร้างปราสาทเมืองทีในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23 เป็นสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนและประวัติศาสตร์ของชุมชน
สัมผัสและเรียนรู้เรื่องราวของ ผ้าไหมลายอัตลักษณ์ประจำตำบลเมืองที ที่มีชื่อและความหมายลึกซึ้ง "อำปึล" (มะขาม) และ "เชียงปุม" (เจ้าเมืองคนแรก) ลวดลายบนผืนผ้าบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของชุมชน การเยี่ยมชมศูนย์ทอผ้าไหมในชุมชนจะทำให้คุณได้เห็นกระบวนการผลิตอันประณีต และอาจมีโอกาสได้ลองทอผ้าหรือเลือกซื้อผ้าไหมคุณภาพดีเป็นของที่ระลึก
หากมาเยือนในช่วงเทศกาลสำคัญ คุณจะได้สัมผัสกับ การแสดงพื้นบ้าน ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น เรือมอันเร (รำสาก), เรือมตร๊ด (รำตรุษสงกรานต์) ในช่วงสงกรานต์ หรือ กันตรึม ดนตรีพื้นเมืองที่สนุกสนาน การเข้าร่วมประเพณีท้องถิ่น เช่น ประอ๊อกเปรี๊ยะแค (ทำบุญตักบาตรข้าวเม่า) ในวันลอยกระทง หรือ ประเพณีแซนโฎนตา จะช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมของชุมชนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เปิดประสบการณ์การชิมรสชาติอาหารและขนมพื้นเมืองที่ไม่เหมือนใคร เช่น ซันลอว์ตราว (แกงปูนา), โบ๊ะโดง (น้ำพริกมะพร้าว), อังแกบบอบ (กบยัดไส้) รวมถึงขนมหวานอย่าง อันซอมสเลิ๊กโดง (ข้าวต้มใบมะพร้าว) และ นมเนียล ที่หาทานได้ยาก
ข้อมูลการเดินทางและจุดเช็คอิน: