ชุมชนบ้านเดื่อ

ชุมชนยลวิถี : ชุมชนบ้านเดื่อ

โดย ThaiVerse การดู 5 ครั้ง0 แชร์
ชุมชนยลวิถีเที่ยวชุมชน

หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

ข้อมูลอัตลักษณ์ชุมชน

ชุมชนยลวิถีตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมผ่านวิถีการใช้ชีวิตและงานหัตถกรรมท้องถิ่น

1) กลุ่มชาติพันธ์ลาว ชาวบ้านเดื่อเป็นกลุ่มชาติพันธ์ลาว โดยบรรพบุรุษของชาวบ้านเดื่อได้อาศัยอยู่พื้นที่แถบนี้มาแต่โบราณและบางส่วนได้อพยพข้ามแม่น้ำโขงจากประเทศลาวมาตั้งรกรากอาศัยอยู่บ้านเดื่อมากกว่า 100 ปี โดยกลุ่มชาติพันธ์ลาวบ้านเดื่อมีวิถีการดำรงชีวิต ขนบธรรมประเพณีวัฒนธรรม ภาษาและการแต่งกายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสะท้อนถึงวิถีอัตลักษณ์วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง
2) ภาษาลาวสำเนียงเวียงจันทน์ชาวบ้านเดื่อมีการสื่อสารกันด้วยภาษาที่เป็นเอกลักษณ์นั้นคือ ภาษาลาว สำเนียงเวียงจันทน์ เป็นสำเนียงภาษาที่นิยมใช้ในท้องที่นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว และในชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงของจังหวัดหนองคาย จัดอยู่ในตระกูลภาษาไท-ลาว มีคำศัพท์คล้ายภาษาลาวหรือภาษาอีสานทั่วไป แต่แตกต่างที่สำเนียงซึ่งความเหน่อเล็กน้อย พูดจาช้าเนิบช้า มีความไพเราะอ่อนหวาน มักลงท้ายด้วยคำว่า หวา เช่น คำว่า อิหลีหวา แปลว่า จริงเหรอ เป็นต้น ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของชาวบ้านเดื่อที่คนต่างถิ่น ได้ยินจะต้องประทับใจ
3) การแต่งกายชุดย้อมสีมะเดื่อและซิ่นมัดหมี่ย้อมครามลายพญานาคชาวบ้านเดื่อมีชุดการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ คือ นิยมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากต้นมะเดื่อ พันธุ์ไม้ประจำถิ่นบ้านเดื่อ มีสีออกโทนส้มสดใสงดงาม ผู้หญิงนิยมนุ่งกับผ้าซิ่นผ้ามัดหมี่ย้อมครามลวดลายพญานาคปู่นาคาย่านาคีที่ทอขึ้นในชุมชน สะท้อนถึงมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม วิถีความเชื่อความศรัทธาชาวบ้านเดื่อ วิถีชุมชนแห่งลุ่มน้ำโขง
4) อัตลักษณ์วิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม- การพับนกใบตาลผูกขอพระเจ้าไชยเชษฐา จากตำนานเล่าว่าต่อกันมาว่า พระเจ้า ไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งล้านช้าง พระองค์ทรงชื่นชอบการต่อนก และได้เคยเสด็จมาพักแรมและต่อนกในแถบพื้นที่บ้านเดื่อ ตามความเชื่อของชาวบ้านเดื่อจึงได้มีการพับนกจากใบตาล เขียนชื่อและเขียนพรที่จะขอ ใส่ปีกนก นำไปผูกไว้ที่วัดพังโคนจำลอง เพื่อขอพรจากพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
- การลอยกระทงดอกไม้สักการะวัดพังโคนใต้น้ำ วัดพังโคน เป็นวัดเก่าแก่มีมาก่อนการตั้งบ้านเดื่อ ตามหลักฐานศิลาจารึกพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ล้านช้าง ได้เคยเสด็จมาประทับพักแรมบริเวณวัดพังโคน หลายปีผ่านไปน้ำโขงได้กัดเซาะตลิ่งทำให้วัดพังโคนพังทลายจมลงแม่น้ำโขง จึงได้มีการลอยกระทงดอกไม้ เพื่อเป็นการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และระลึกถึงวัดพังโคนที่จมอยู่ใต้น้ำโขง
- ประเพณีบวงสรวงเจ้าปู่พังโคน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ปกป้องคุมครองดูแลพี่น้อง ชาวบ้านเดื่อ ในวันที่ 15 เมษายน จะจัดให้มีพิธีบวงสรวง ถวายข้าวเปลือกและเกลือ เพื่อแก้บะแก้บน ตอบแทนแด่องค์ปู่พังโคน และจะมีพิธีบวงสรวงอีกครั้งในช่วง 14 ค่ำ เดือน 11 ก่อนวันออกพรรษา
- ประเพณีออกพรรษาบั้งไฟพญานาคและแข่งเรือยาวบ้านเดื่อ บ้านเดื่อ เป็นชุมชน ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง มีวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำโขงและมีความเชื่อศรัทธาในเรื่องพญานาค เมื่อถึงช่วงออกพรรษา ตอนเช้าจะมีการทำบุญตักบาตร ตอนเย็นจะมีการจุดประทีปและลอยเรือไฟบูชา องค์สัมมาสมพุทธเจ้าที่เสด็จลงมาจากสวรรค์และบูชาองค์พญานาค นอกจากนั้นริมโขงบ้านเดื่อยังเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค สิ่งมหัศจรรย์ที่ดึงดูดผู้คนจากทุกสารทิศให้มาที่หนองคาย ในช่วงออกพรรษาเป็นช่วงที่น้ำโขงขึ้นสูงเต็มตลิ่ง ชาวบ้านเดื่อจะการจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา ชาวบ้านแต่ละคุ้มและชุมชนใกล้เคียงจะนำเรือยาวลงน้ำโขงเพื่อแข่งขันกัน มีการขับร้องกลอนเซิ้งเฮือ เพื่อเชียร์ให้กำลังใจให้เหล่าฝีพาย ให้ความสนุกสานรื่นเริง แสดงถึงความสมัครสมานสามัคคีของชุมชน และเพื่อสืบสานวิถีแห่งสายน้ำ วิถีแห่งคนลุ่มน้ำโขง
- ต้นมะเดื่อ อัตลักษณ์พรรณไม้ประจำชุมชนบ้านเดื่อ พืชที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณริมโขงจนที่มาของชื่อชุมชนบ้านเดื่อ ชาวบ้านเดื่อมีวิถีชีวิตผูกพันกับต้นมะเดื่อ โดยเชื่อว่าเป็นไม้มงคล ที่ทำพระที่นั่งของกษัตริย์ เป็นราชาแห่งพรรณไม้ ด้วยภูมิปัญญาของชาวเดื่อได้นำทุกส่วนของต้นมะเดื่อมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายตอบสนองความต้องการปัจจัยสี่ คือ ไม้ต้นมะเดื่อสามารถนำมาสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยได้ กิ่งก้านใบสามารถนำมาต้มย้อมสีผ้าเพื่อใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มได้ ผลมะเดื่อสามารถนำมาทำเป็นอาหารและเครื่องดื่มได้ มีสรรพคุณทางยาและบำรุงสุขภาพ เช่น เมี่ยงมะเดื่อปลานิล น้ำพริกมะเดื่อ ข้าวโหล่งมะเดื่อ แยมมะเดื่อ ชามะเดื่อ ไวน์มะเดื่อ เป็นต้น นอกจากนั้นสารสกัดจากมะเดื่อยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สบู่ แชมพู เรียกได้ว่ามะเดื่อเป็นพืชสารพัดประโยชน์เป็นของดีขึ้นชื่อของชาวบ้านเดื่อ ที่มีวิถีชีวิต ติดกับมะเดื่อ “พันธุ์ไม้ทองคำ ค่าล้ำมะเดื่ออุทุมพร”
- วิถีการเกษตรและประมงริมโขง ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของบ้านเดื่อที่เป็นชุมชนชายแดนติดริมฝั่งแม่น้ำโขง มีความยาว 3 กิโลเมตร พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มีน้ำใช้ตลอดปี ชาวบ้านเดื่อจึงมีอาชีพหลักนอกจากทำนาแล้วยังมีการทำเกษตรปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ปลูกแบบแปลงขั้นบันไดริมตลิ่งแม่น้ำโขง และมีการทำปะมงพื้นบ้านมีการออกเรือหาปลาแม่น้ำโขง มีการเพาะเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขง โดยปลานิลกระชังแม่น้ำโขงหนองคาย ได้รับการขึ้นทะเบียน Gl จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดริมฝั่งแม่น้ำโขงแถบบ้านเดื่อ มีการทำอาชีพเลี้ยงปลากระชังจำนวนมาก ด้วยสายน้ำโขงไหลผ่าน ทำให้ปลาได้ออกกำลังกาย จึงเรียกว่าปลานิลฟิตเนส เนื้อแน่น หวาน ไม่เหม็นคาว การทำเกษตรและประมงริมโขงยังก่อเกิดเป็นทัศนียภาพริมโขงที่สวยงามเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของบ้านเดื่อ

ไฮไลต์การท่องเที่ยว

1) ประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งชุมชนบ้านเดื่อ เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริม แม่น้ำโขง ปรากฎตามหลักฐานของวัดพังโคน วัดเก่าแก่สำคัญที่เป็นจุดกำเนิดของชุมชนบ้านเดื่อ และหลักศิลาจารึกของพระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง ได้กล่าวถึงว่า พระองค์ได้นำไพร่พลจำนวน 1,000 คนมาพักแรมบริเวณวัดพังโคน ชาวบ้านที่อาศัยในแถบนี้ซึ่งเป็นช่างทองและช่างเหล็ก ได้ถวายทองคำ 4 หาบ และเหล็กเปียก 4 หาบ เพื่อนำไปบูรณะองค์พระธาตุพนม จากนั้นบริเวณชุมชนแถบนี้ได้มีพัฒนาการเรื่อยมา จนประมาณปี พ.ศ. 2400 ได้มีผู้คนจากฝั่งลาวอพยพข้ามแม่น้ำโขงมาเข้าอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จนได้ก่อตั้งเป็นบ้านเดื่อ โดยเรียกชื่อหมู่บ้านตามต้นมะเดื่อ ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณพื้นที่แถบนี้และสร้างวัดอุทุมพรขึ้นเป็นวัดประจำชุมชน
2) ความเชื่อความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน คือ - หลวงพ่ออุทุมพร พระพุทธรูปปูนปั้นเก่าแก่ศิลปะล้านช้าง ฝีมือแบบช่างพื้นถิ่น เดิมประดิษฐานอยู่ในภายในสิม (โบสถ์) มหาอุตม์ของวัดอุทุมพร ซึ่งมีสภาพเก่าและอยู่ใกล้ริมแม่น้ำโขง มีความเสี่ยงต่อการพังทลาย ต่อมาจึงได้มีการอัญเชิญหลวงพ่ออุทุมพรมาประดิษฐานในโบสถ์หลังใหม่ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจที่ชาวบ้านเดื่อให้ความเคารพนับถือ
- เจ้าปู่พังโคน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่ ณ วัดพังโคน วัดเก่าแก่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งบ้านเดื่อ ปัจจุบันวัดพังโคนได้พังทลายจมอยู่ใต้แม่น้ำโขง ชาวบ้านจึงสร้างวัดพังโคนจำลองขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ชาวบ้านเดื่อมีความเชื่อ ให้การเคารพนับถือว่าปู่พังโคน เป็นผู้ดูแลปกปักรักษาหมู่บ้าน จากภยันตรายต่างๆ ยามฟ้าฝนคะนอง ชาวบ้านเดื่อมีคติความเชื่อว่าการตีฆ้องร้องป่าว ตีมีดตีพร้า ร้องเรียกหลวงพ่อพังโคนมาช่วยปกปักรักษา และร่วมใจกันจัดให้พิธีบวงสรวงถวายข้าวเปลือกและเกลือแก้บะแก้บน ในวันที่ 15 เมษายน และวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี
- เรือยาวโบราณแก้วคูณเมือง เรือยาวโบราณที่อยู่คู่กับชุมชนบ้านเดื่อมากว่า 100 ปี สร้างด้วยการขุดไม้ตะเคียนทองทั้งต้น เป็นเรือขนาดใหญ่ ยาว 24.35 ขนาด 4๓ ฝีพาย ปัจจุบันยังใช้ลงแข่งใน ลำน้ำโขงในช่วงเทศกาลออกพรรษาเป็นประจำทุกปี ชาวบ้านเดื่อมีความเชื่อว่าเรือแก้วคูณเมืองมีเจ้าแม่ตะเคียนทองสิงสถิตย์อยู่ ก่อนที่จะนำเรือลงแข่งขันต้องมีพิธีบวงสรวงและบายศรีสู่ขวัญเรือ เพี่อความเป็นศิริมงคล เป็นขวัญกำลังใจให้ฝีพายและขอให้ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน
แชร์เนื้อหา: