ชุมชน หาดบ้านกรูด

ชุมชนยลวิถี : ชุมชน หาดบ้านกรูด

โดย ThaiVerse การดู 4 ครั้ง0 แชร์
ชุมชนยลวิถีเที่ยวชุมชน

ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ข้อมูลอัตลักษณ์ชุมชน

ชุมชนยลวิถีตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมผ่านวิถีการใช้ชีวิตและงานหัตถกรรมท้องถิ่น

บ้านกรูด มีแหล่งท่องเที่ยว ทั้งชายทะเล วัดวาอาราม และชุมชนชาวประมง ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติมีถนนเลียบชายหาด มีสถานประกอบการโรงแรม ที่พัก และร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวนหลายแห่ง และแหล่งท่องเที่ยวแหลมปากคลองเป็นที่สาธารณประโยชน์ เป็นแหล่งค้าขายสินค้าอาหารทะเล ที่ชาวประมงนำเรือมาขึ้นชายฝั่งเพื่อขายอาหารทะเลสดที่ได้มาจากการออกเรือ และมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้แก่ วัดทางสาย ศาสนสมบัติเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่เป็นพุทธสถานธรรมอุทยาน พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศพระพุทธกิตติสิริชัย วัดถ้ำคีรีวงศ์พื้นที่โดยทั่วไปแบ่งเป็น ที่ราบชายฝั่งทะเล พื้นที่ลาดชันจากด้านตะวันตกไปยังด้านตะวันออก ติดกับทะเลอ่าวไทย มีเทือกเขาตะนาวศรีกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า มีลำครองสายสั้นๆ หลายสาย ไหลจากหุบเขาลงสู่ที่ราบและทะเล พื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายเหมาะแก่การทำสนมะพร้าว และเป็นแหล่งเกษตรกรรมและแหล่งทำประมง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำสวนมะพร้าว สับปะรด ยางพารา ปาล์มน้ำมัน นาข้าว กลัวยน้ำว้า สะตอ อ้อย พริก และเกษตรกรจะประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ เป็นอาชีพเสริมควบคู่กับการประกอบอาชีพเกษตรอื่น ๆ เช่น เลี้ยงโค ไก่ กบ จระเข้เพื่อการส่งออก แกะ ตะพาบน้ำ นากุ้ง อีกทั้งมีการประกอบอาชีพ พาณิชยกรรม และรับจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมเหล็กซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอบางสะพาน มีการประกอบการค้าพาณิชกรรมขนาดเล็กและขนาดกลางอยู่บ้าง อาทิ ปั๊มน้ำมัน โรงงานอุตสาหกรรมผลิตไม้สับ โรงงาน ใยมะพร้าว (อบต.ธงชัย) และมีหน่วยธุรกิจในเขตอบต.ชัยเกษม ได้แก่ สถานีฟฟ้าแรงสูง และสถานีไฟฟ้าย่อยภูมิภาคบางสะพาน นอกจากนั้นมีการทำประมงพื้นบ้าน โดยบริเวณชายหาดบ้านกรูดระยะประมาณ 4,800 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีถนนเลียบขายหาด มีสถานประกอบการโรงแรม ที่พัก และร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว

ไฮไลต์การท่องเที่ยว

ชุมชนหาดบ้านกรูด เกิดจากการรวมกันของ 3 ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลบ้านกรูด
ได้แก่ ชุมชนบ้านกลางอ่าวเหนือ ชุมชนบ้านปากคลอง
ชุมชนวัดธงชัยธรรมจักร มีสภาพพื้นที่ทางด้านตะวันตก
จากเทือกเขาตะนาวศรี พื้นที่ดอนและลาดเทต่อเนื่องจนถึงทางตะวันออกถึงอ่าวไทย
สภาพภูมิประเทศหรือ
นิเวศของชุมชนแห่งนี้จึงประกอบไปด้วย พื้นที่สูงของป่าไม้ พื้นที่ดอน ที่ราบ ที่ลุ่ม ป่าพรุ ชายหาด และทะเล
มีแม่น้ำลำคลองสายสั้น ๆ หลายสาย ออกสู่ทะเล สภาพพื้นที่หรือหลายนี้
จึงเหมาะต่อทั้งเกษตรกรรม และ
ประมง วิถีเกษตรกรรมและชีวิตที่พึ่งพาสภาพแวดล้อมจึงเป็นวิถีของชุมชนมาช้านานแล้ว มีแหล่งท่องเที่ยว
ทั้งชายทะเล วัดวาอาราม และชุมชนชาวประมง ทำให้ได้
รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติ จากสมมติฐานของผู้คนใน
ชุมชนบอกเล่าได้ว่า เมื่อก่อนชื่อชุมชน “บ้านกรูด” เรียกว่า
“หัวท่า” มาจากท่าเรือสินค้าที่มาจากประเทศจีน
หรือต่างประเทศจะเข้ามาบริเวณนั้น เพื่อขายสินค้าหรือมีต้นมะกรูดขนาดใหญ่อยู่ที่ท่าเรือ
เวลามีเรือสินค้ามา
รับซื้อของหรือขายของจะมาจอดที่ต้นมะกรูด โดยนำสายเรือโยงมาผูกกับต้นมะกรูด และมีการเติมคำว่า "บ้าน"
เข้าไปทีหลัง ขณะที่อีกแนวทางหนึ่งได้กล่าวว่า ชื่อบ้านกรูดนั้นมาจากต้นผั
กกรูดที่ขึ้นริมน้ำจำนวนมาก
จนกลายเป็นที่มาของคำเรียก บ้านกรูด
2
-
ประวัติทุ่งเรือยาว
เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ได้รับแจ้ง
ทางโทรศัพท์จากนายจีรวุฒิ แจวสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูดว่า มีการค้นพบเรือยาวโบราณ
ณ ชุมชนบ้านทุ่งเรือยาว อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และมีผลการตรวจสอบว่า พื้นที่ที่มีการขุด
พบเรือโบราณในครั้งนี้ ตั้งอยู่ในเขตชุมชนบ้านทุ่งเรือยาว
(ติดกับชุมชนหาดบ้านกรูด)
หมู่ที่ ๔ ตำบลธงชัย
อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
บริเวณที่พบเรือ อยู่ชายฝั่งด้านทิศเหนือของคลองกรูด เรือจมอยู่
ในลักษณะ ส่วนหัวเรือโผลให้เห็น
อยู่ส่วนหนึ่งส่วนท้ายเรือจมอยู่ด้านในตลิ่ง เรือลำดังกล่าวนี้ชาวบ้านท้องถิ่นนี้
พบเห็นมาเป็นเวลานแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่
๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ มีชาวบ้านต่างถิ่น ซึ่งมีอาชีพรับจัดสวนมา
หาขอนไม้ไปใช้ในการจัดสวน ได้พบเห็นเรือลำนี้จมอยู่ จึงชักลากนำออกไปจากพื้นที่ ต่อมาเมื่อวันที่
๒๑
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ นายประเสริฐ จักรแก้ว
ประธานกรรมการชุมชนบ้านทุ่งเรือยาว และราษฎร
บ้านทุ่งเรือยาว
ได้นำเอาเรือกลับมาไว้ในที่สาธาร

ประโยชน์ ของเทศบาลตำบลบ้านกรุด
ซึ่งมีโครงการ
จะ
จัดตั้งศูน
ย์เรียนรู้ชุมชน
ลักษณะและสภาพของเรือในปัจจุบัน เป็นเรือขุดจากไม้ตะเคียนทั้งต้น แต่ยังไม่มีการ
เบิกกราบเรือให้กว้างออกไปจนเสร็จสมบูรณ์ ส่วนปากเรือจึงยังแคบมาก บริเวณกลางลำเรือวัดความกว้าง
ของปากเรือได้กว้างประมาณ ๓๐ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของต้นไม้ มีขนาด ๗๘ เขนติเมตร ส่วนท้ายเรือ
มีลักษณะคล้ายถูกเลื่อยตัดออกไปตามขวาง ความยาวที่เหลืออยู่ในปัจจุบันประมาณ ๑๐.๕๐ เมตร ส่วนหัวเรือ
โกลนไว้ยังไม่ได้ตกแต่งราย
ละเอียด หัวเรือกว้าง ๔๓ เชนติเมตร กลางลำเรือมีการขุดถากเนื้อไม้

อกไป
บางส่วนแล้ว
จากหัวเรือถึงบริเวณที่มีการขุดถากเนื้อไม้เพื่อเป็นส่วนของท้องเรือ ยาวประมาณ ๒.๓๐ เมตร
ส่วนกราบเรือขึ้นขอบไว้แล้ว ขอบกราบกว้าง ๖.๕ เซนติเมตร
เมื่อพิจารณาจากเทคนิคการสร้างเรือที่เป็น
เรือขุดจากต้นไม้ทั้งต้น เป็นเทคนิคการสร้างเรือที่มีมาแล้วตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
ตอนต้น เรือลำนี้มีลักษณะยังสร้างไม่เสร็จและจึงถูกทิ้งไว้ และพิจารณาจากประวัติการพบเห็นเรือที่ชาวบ้าน
ชุมชนบ้านทุ่งเรือยาวให้ข้อมูล
ตรงกันหลายราย เช่น นางสิน สมิงปราบ อายุ ๘๓ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๙ หมู่ ๔
ตำบลธงชัย ให้ข้อมูลว่าพบเห็นเรือลำนี้มาตั้งแต่อายุไม่ถึง ๑๐ ขวบ เดิมเรือจมอยู่ทางริมคลองฝั่งทางทิ
ศใต้
อยู่ในลักษณะขวางตลิ่งเด็กสามารถเดินลอดใต้เรือได้ ต่อมาเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๖ มีการสร้างเขื่อน ทำให้
ลำน้ำคลองกรุดเปลี่ยนทางเดินและกว้างขึ้นน้ำได้พัดเอาเรือขยับออกจากที่จมอยู่เดิม ลงไป ทางปลายน้ำ
ห่างออกจากจุดเดิมประมาณ ๕๐ เมตร
นอกจากนี้
ย่า
ของนางสิน ชื่อนางหนู ได้บอกกับลูกหลานว่า บริเวณ
ริมคลองกรูดมีเรือยาวจมอยู่ ห้า
มไม่ให้เด็ก
ไปข้าม และยังเล่าว่าเคยมีการเอาช้างมาชักลากไปทางปากคลอง
แต่เรือยังไปได้เบิก จึงนำกลับมา นายสุนทร
อินทร์สุวรรณ อายุ ๕๖ ปี ให้ข้อมูลว่าพบเห็นเรือลำนี้มาตั้งแต่อายุ
ยังไม่ถึง ๑๐ ขวบ เนื่องจากมาเล่นน้ำในคลอง เห็นส่วนหัวเรือโผลขึ้นมา สาเหตุที่ทราบว่าเป็นเรือเนื่องจากมีคน
เคยเห็นรอยชุดที่ท้องเรือแล้วบอกต่อกันมา ชาวบ้านทุ่งเรือยาวยังเล่าสืบกันมาว่า เรือมีทั้งห
มด ๓ ลำ ลำหนึ่ง
ขุดแล้วเสร็จ นำออกไปใช้ใต้ อีก ๒ ลำจมอยู่ในครองกรูด ลำหนึ่งคือลำที่พบในครั้งนี้ ส่วนอีกลำหนึ่งจมอยู่
ปากคลอง บริเวณหน้าวัด
ธงชัย และจากประวัติความเป็นมาของชื่อหมู่บ้านกล่าวกันว่าเมื่อประมาณ ๑๐๐ ปี
มาแล้ว ในหมู่บ้านมีต้นตะเคียนคู่ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ และมีการตัดเอาไม้ตะเคียนทั้งสองต้นนี้ไปทำเรือ โดยชักลาก
ออกไปทางปากคลอง แต่เรือได้ลอยกลับมาอยู่บริเวณต่อไม้เดิม จากชื่อของหมู่บ้าน และข้
อมูลคำบอกเล่าของ
ผู้สูงอายุในชุมชน เป็นเครื่องยืนยันว่ามีการพบเห็นเรือลำนี้มาเป็นเวลานานแล้ว แต่จากการตรวจสอบจากแผน
ที่บ้านกรู
ด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
กรมแผนที่สำรวจเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗ พิมพ์เมื่อ พ.ศ.ศ.๒๔๕๘ และฉบับสำรวจ
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗ พิมพ์เมื่อพ.ศ.
๒๔๗๑ ไม่ปรา
กฏชื่อบ้านทุ่งเรือยาวในแผนที่ และจากแผนที่ของกรมแผนที่
ทหารมาตราส่วน ๑ : ๕๐
,
๐๐๐ ในปัจจุบันก็ไม่ปรากฏชื่อหมู่บ้านทุ่งเรือยาวแต่อย่างใด ในเบื้องตันนี้เมื่อ
ประมวลจากข้อมูลคำบอกเล่า จึงสันนิษฐานว่าเรือโบราณที่พบในครั้งนี้ มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี
แชร์เนื้อหา: