
อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดินแดนที่คึกคักด้วย “เสียงกลอง” เดิมมีชื่อว่า “บ้านกุดลิง” เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ ๓๘ กิโลเมตร โดยตั้งอยู่บริเวณริมห้วยทราย ซึ่งมีกุดหรือหนองน้ำที่มีลักษณะคล้ายหนองน้ำตามท้องนา และมีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่า “กุดลิง” ต่อมาเมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น จึงมีการขยายหมู่บ้านออกไปทางทิศเหนือบริเวณร่องน้ำที่มีน้ำไหลซึมและมีสีเหลือง ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ร่องคำ” เมื่อมีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น การเดินทางไปติดต่อราชการกับอำเภอกมลาไสยมีความยากลำบาก เนื่องจากอยู่ห่างไกลและการคมนาคมไม่สะดวก กระทรวงมหาดไทยจึงประกาศจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอร่องคำ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๖ และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอร่องคำในเวลาต่อมา พื้นที่อำเภอร่องคำมีประมาณ ๘๒ ตารางกิโลเมตร มีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีแหล่งน้ำสำคัญ ได้แก่ ลำน้ำปาว ซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตระหว่างอำเภอกมลาไสยและอำเภอร่องคำ รวมถึงลำห้วยอัคคะและลำห้วยกุดขี้นาก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของชุมชน
อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของอำเภอร่องคำ คือ “กลองเส็ง” ซึ่งเป็นศิลปะการละเล่นพื้นบ้านอีสานที่มีการสืบทอดมายาวนานกว่า ๑๖๐ ปี คำว่า “เส็ง” เป็นภาษาอีสาน หมายถึง การแข่งขันหรือการประชัน การเส็งกลองจึงหมายถึงการแข่งขันประชันการตีกลองพื้นบ้านที่มีมาแต่โบราณ โดยในอดีตกลองเส็งมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการสื่อสาร ใช้เป็นสัญญาณจากวัดถึงชุมชน ใช้เป็นสัญญาณในการออกรบ และใช้ประกอบการละเล่นในงานบุญประเพณี เช่น บุญเดือนสามและบุญเดือนหก ปัจจุบันอำเภอร่องคำได้ส่งเสริมและอนุรักษ์กลองเส็งผ่านการจัดงาน “มหกรรมเส็งกลองร่องคำ” เป็นประจำทุกปี เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี สร้างความตระหนักในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีถิ่นอีสาน ภายในงานมีการแข่งขันประชันกลองพื้นบ้านอีสาน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน นอกจากนี้ยังมีการนำเอกลักษณ์ของกลองเส็งมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น เสื้อปักมือของกลุ่มทอผ้าปักมือบ้านด่านใต้ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลเหล่าอ้อย อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยรวมกลุ่มสตรีในชุมชนที่มีความสามารถด้านการทอผ้า การตัดเย็บ และการปักลาย ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ “ฝ้ายสองวารี” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นที่ที่มีแม่น้ำปาวและแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกัน จุดเด่นของผลิตภัณฑ์คือ ลายกลองเส็ง สีดอกมันปลา หรือดอกกันเกรา ซึ่งเป็นสีประจำอำเภอร่องคำ และกระบวนการผลิตที่ดำเนินการเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การทอ การตัดเย็บ และการปักลาย ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความสวยงามและสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น
นอกจากกลองเส็งและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมแล้ว อำเภอร่องคำยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น วัดสว่างใต้ ตำบลร่องคำ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๘ โดยความร่วมมือของผู้ใหญ่ขุนไชยสิทธิ์และชาวบ้าน และเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญของตำบลร่องคำ รวมถึงวัดอุมังคละนาเรียง ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของหลวงปู่วิสาขาหรือพระยาคูหลักคำ เจ้าอาวาสองค์แรก และมีพระแก้วมรกตโบราณเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวบ้านเคารพสักการะ ตลอดจนวัดสว่างเหล่าอ้อย ซึ่งสะท้อนประวัติการอพยพตั้งถิ่นฐานของชุมชนและความร่วมมือในการสร้างศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน อำเภอร่องคำจึงเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะเสียงกลองเส็งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคี ความภาคภูมิใจ และการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาวร่องคำจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
พิชิตพล ปาระภา m.culture.ks@gmail.com