
รำตร๊ด หรือเรือมตรด เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของชาวไทยเชื้อสายเขมรในพื้นที่อีสานใต้ บางท้องถิ่นเรียกว่า “รำตรุษสงกรานต์” เป็นการละเล่นที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนซึ่งในอดีตถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อความสนุกสนานและเป็นการพักผ่อนหย่อนใจหลังจากการทำงานหนักมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้รำตร๊ดยังมีความสัมพันธ์กับความเชื่อทางพระพุทธศาสนา โดยมีพุทธตำนานเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ที่เสด็จออกผนวช และมีเหล่าเทวดาแปลงกายเป็นนายพรานช่วยกำจัดอุปสรรค ทำให้เกิดแนวคิดเกี่ยวกับขบวนแห่และการร่ายรำเพื่อความเป็นสิริมงคล การละเล่นรำตร๊ดนิยมจัดขึ้นเฉพาะในเดือนเมษายนของทุกปี โดยคณะรำจะเดินทางร้องรำไปตามหมู่บ้านและแวะตามบ้านเรือนต่าง ๆ เมื่อถึงบ้านใด เจ้าของบ้านจะออกมาต้อนรับและมอบจตุปัจจัย เครื่องอุปโภคบริโภค หรือสิ่งของต่าง ๆ ตามกำลังศรัทธา เพื่อนำไปถวายวัด ถือเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงความเชื่อ การทำบุญ และความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน
รำตร๊ดในเขตอำเภอลำดวนและอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เป็นการแสดงที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของการละเล่นแบบดั้งเดิม มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ตังเคา (เฒ่าแก่) ผู้ถือกันแชร ผู้ถือจังกร็อง ผู้ถือบาตรพระ ผู้ถือพานขันห้า นางรำ นักดนตรี และเจ้าของบ้าน โดยใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน ได้แก่ กลองโทน กันแชร ฉิ่ง ฉาบ กรับ และอาจมีซอพื้นเมืองร่วมประกอบการแสดง ขั้นตอนการแสดงเริ่มจากพิธีไหว้ครูเพื่อขอพรและแสดงความเคารพต่อครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นคณะรำตร๊ดจะเดินทางไปยังบ้านต่าง ๆ พร้อมขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อนเข้าแสดง เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จะมีการร้องเพลงขอรับบริจาค การกล่าวอวยพร และการร้องลาเจ้าของบ้านก่อนเดินทางไปยังบ้านหลังต่อไป ลักษณะการแสดงจะมีหัวหน้าคณะถือกันแชรนำขบวน มียตรดหรือพ่อเพลงแม่เพลงเป็นผู้ขับร้อง โดยลูกคู่ร้องรับและร่ายรำตามจังหวะกลองกันตรึมและเสียงกระพรวน การรำไม่มีท่าทางที่กำหนดตายตัว แต่เน้นความสนุกสนาน ความพร้อมเพรียง และการแสดงออกตามธรรมชาติของชาวบ้าน
ด้านอัตลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรม รำตร๊ดสะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ ความศรัทธา และภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้ ทั้งด้านดนตรี การขับร้อง การร่ายรำ และขนบธรรมเนียมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น การแต่งกายในการแสดงยังสะท้อนเอกลักษณ์ของชาวสุรินทร์ เช่น ผู้ชายสวมเสื้อพื้นเมือง นุ่งโสร่ง ใช้ผ้าขาวม้าคาดเอวหรือโพกศีรษะ ส่วนผู้หญิงสวมเสื้อแขนกระบอก นุ่งผ้าซิ่นไหมมัดหมี่พื้นเมือง เช่น ลายโฮล์ ลายสมอ และลายอัมปรม ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการแต่งกายและการจัดกลุ่มคณะรำให้มีความเป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อเหมาะสมกับการแสดงในโอกาสต่าง ๆ รำตร๊ดยังมีคุณค่าทางด้านจิตใจ เพราะเป็นกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ความสนุกสนาน และความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน บทร้องของรำตร๊ดมักเป็นการด้นกลอนสดตามสถานการณ์ ถ่ายทอดเรื่องราว ความคิด ความรู้สึก และภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงถือเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีความสำคัญ และได้รับการขึ้นบัญชีเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต
สำนักงานวัฒนธรรม สุรินทร์ surin@m-culture.go.th เลขที่ 796