
รำตำต๊ะ เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนเผ่าส่วย บ้านตะดอบโพนงาม จังหวัดศรีสะเกษ โดยนำวิถีชีวิตการประกอบอาชีพตีเหล็กของชาวส่วยมาถ่ายทอดเป็นท่ารำที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ คำว่า “ตำต๊ะ” เป็นภาษาส่วย โดยคำว่า “ตำ” หมายถึง การตี และ “ต๊ะ” หมายถึง เหล็ก รวมความหมายคือ การตีเหล็ก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ในอดีตชาวบ้านตะดอบมีอาชีพหลักคือการทำนา หลังหมดฤดูทำนาจึงหันมาตีเหล็กเป็นอาชีพรอง โดยผู้ชายมักรวมกลุ่มกันประมาณ ๔ - ๕ คน เพื่อผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ เช่น มีด เสียม เคียว และอุปกรณ์ทางการเกษตรต่าง ๆ สำหรับใช้ในครัวเรือน รวมถึงนำไปแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัว การตีเหล็กของชาวบ้านตะดอบมีชื่อเสียงเนื่องจากใช้เหล็กกล้าคุณภาพดี ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนาน
กระบวนการตีเหล็กของชาวบ้านตะดอบประกอบด้วยหลายขั้นตอน ตั้งแต่การขุดดินโพนหรือดินจอมปลวกมาผสมกับแกลบเพื่อทำเตา การประกอบพิธีบวงสรวงเจ้าที่เพื่อความเป็นสิริมงคล การก่อไฟด้วยถ่าน การสูบลมเพื่อให้ไฟมีความร้อนสูง การนำเหล็กมาเผาจนแดง การนำเหล็กออกมาตีขึ้นรูปตามต้องการ การชุบเหล็กด้วยน้ำ และการตะไบให้เกิดความคมพร้อมใช้งาน วิถีการตีเหล็กดังกล่าวได้ถูกนำมาประดิษฐ์เป็นท่ารำตำต๊ะ โดยเลียนแบบขั้นตอนการทำงานของช่างตีเหล็ก เช่น ท่าตีเหล็ก ท่ายกค้อน และท่าการทำงานร่วมกันของช่าง ใช้ดนตรีประกอบด้วยฉิ่ง ฉาบ และกลอง เพื่อเพิ่มความสนุกสนานและความเร้าใจในการแสดง เดิมรำตำต๊ะเกิดขึ้นจากขบวนแห่บั้งไฟในประเพณีบุญเดือนหก โดยชาวบ้านนำท่าทางการตีเหล็กมาผสมผสานกับการร่ายรำ จนกลายเป็นศิลปะการแสดงที่สามารถเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้จักถึงภูมิปัญญาและความภาคภูมิใจของชาวส่วย
รำตำต๊ะได้รับการพัฒนาให้เป็นรูปแบบการแสดงอย่างเป็นระบบในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยนายวิศิษฐ์ ศักดิ์เทวินทร์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านตะดอบ และนายชวินทร์ ศรีโสดา ครูผู้สอน ได้ร่วมกันคิดท่ารำเซิ้งประกอบจังหวะกลองยาว และนำไปเผยแพร่ในงานต่าง ๆ จนเป็นที่รู้จัก ต่อมาคณะครูโรงเรียนบ้านตะดอบได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงได้ปรับปรุงท่ารำ ดนตรี และรูปแบบการแสดงให้มีความเหมาะสมกับยุคสมัย แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์การเลียนแบบการตีเหล็กไว้เป็นหลัก รำตำต๊ะได้รับการนำไปแสดงในงานสำคัญหลายระดับ เช่น งานเทศกาลสี่เผ่าไทย งานแสดงวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ งานต้อนรับนักท่องเที่ยว และกิจกรรมระดับประเทศ ปัจจุบันโรงเรียน ชุมชน หน่วยงานด้านวัฒนธรรม และองค์การบริหารส่วนตำบลตะดอบ ยังคงร่วมกันส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดรำตำต๊ะให้แก่เยาวชน เพื่ออนุรักษ์ศิลปะการแสดงประจำเผ่าส่วย และรักษาภูมิปัญญาการตีเหล็กของบรรพบุรุษให้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป
หมู่ ตะดอบ