ชุมชนบ้านวัดตาลเหนือ

ชุมชนยลวิถี : ชุมชนบ้านวัดตาลเหนือ

โดย ThaiVerse การดู 4 ครั้ง0 แชร์
ชุมชนยลวิถีเที่ยวชุมชน

หมู่ที่ ๒ ตําบลบางเสด็จ อําเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

ข้อมูลอัตลักษณ์ชุมชน

ชุมชนยลวิถีตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าริมน้ำจันทบูร ที่สะท้อนรากวัฒนธรรมผ่านวิถีการใช้ชีวิตและงานหัตถกรรมท้องถิ่น

เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2486 - 2488 พระครูวิมลคุณากรหรือหลวงพ่อโต เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านให้ความเลื่อมใสศรัทธาและเป็นผู้มีเมตตา ในสมัยนั้น แถววัดสระแก้วยังไม่มีโรงเรียน เด็กๆ จึงไม่ได้เรียนหนังสือ หลวงพ่อโตจึงได้ก่อตั้งโรงเรียนขึ้นมาในวัด และให้เด็กๆ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือมาเรียนที่โรงเรียนวัดสระแก้ว และเพื่อเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียน ท่านจึงสอนให้เด็กๆ เล่นลิเก จนกลายมาเป็นคณะลิเกเด็กวัดสระแก้วที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ซึ่งในสมัยนั้นมีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเขาบนพื้นที่ราบสูง เผ่ากระเหรี่ยง มุ้ง และแม้ว มาศึกษาหาความรู้โ้โรงเรียนไทยรัฐวิทยา (ฉบับ ราษฎร์อุปถัมภ์) โรงเรียนวัดสระแก้ว (รุ่งโรจน์ธนะกุลอุปถัมภ์) และโรงเรียนบางเสด็จวิทยาคม ต าบลบางเสด็จ จังหวัดอ่างทอง มาอาศัยหอพักของโรงเรียน โดยเด็กและเยาชนกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเขา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการท ากิจกรรมต่างๆ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน ซึ่งมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตและการแต่งกายของกลุ่มชาติพันธ์ ทั้งในจังหวัดอ่างทอง และต่างจังหวัด อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศิลปะการแสดงลิเกเด็กวัดสระแก้ว เป็นคณะลิเกเด็กที่โด่งดังและมีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย มีการแสดงสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน มีเด็กๆ ลูกหลานชาวบ้านที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ มาอาศัยอยู่กับหลวงพ่อเจ้าอาวาสและก็ให้วิชาความรู้ เลี้ยงดูจนเติบโต มีอาชีพพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้คณะลิเกเด็กวัดสระแก้วได้สร้างนักแสดงลิเกที่มีชื่อเสียงหลายคนในวงการบันเทิงของไทยและไชยา มิตรชัย เป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบความส าเร็จอย่างสูงในเส้นทางนี้ความส าเร็จในวงการบันเทิงนอกจากบทบาทในคณะลิเกเด็กวัดสระแก้วแล้ว ไชยา มิตรชัย ยังมีผลงานมากมายในวงการบันเทิง ทั้งการแสดงลิเก การร้องเพลง และการแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์เขามีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และได้รับการยอมรับในความสามารถและความมุ่งมั่นในการท างาน การสืบทอดศิลปะลิเก ไชยา มิตรชัย ไม่เพียงแต่เป็นนักแสดงลิเกที่มีชื่อเสียง แต่เขายังมีบทบาทส าคัญในการสืบทอดศิลปะการแสดงลิเกให้กับคนรุ่นหลัง เขาได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับเยาวชนที่สนใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ต้องการเรียนรู้และสืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านของไทย ต่อไป
ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของของชุมชนบ้านวัดตาลเหนือต าบลบ างเสด็จ อ าเภอป่าโมก จังหวัดอ่ างทอง มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชด าริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ สืบเนื่องมาจากจังหวัดอ่างทอง เป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาอุทกภัยเป็นระยะเวลายาวนาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงหาอาชีพเสริมให้ประชาชนต าบลบางเสด็จ ก่อเกิดเป็น “ศูนย์ตุ๊กตาชาววังในพระบรมราชินยานุเคราะห์” ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่บางเสด็จ อ าเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง มีการน าวัตถุดิบ คือ ดินเหนียวตามท้องทุ่งท้องนา มาปั้นเป็นตุ๊กตาชาววังในรูปแบบต่างๆ ในทันสมัยและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นปัจจุบันตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ไ ได้รับการส่งชื่อเพื่อขอขึ้นทะเบียนจากกระทรวงพาณิชย์ ให้ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI)ของพื้นที่ต าบลบางเสด็จ เนื่องจากน าทุนทางวัฒนธรรม (ดินเหนียว) มาสร้างประโยชน์ก่อเกิดรายได้แก่คนในชุมชน ซึ่งสามารถท าให้ชชุมชนมีรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งงยืน

ไฮไลต์การท่องเที่ยว

1. **เส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช**
พื้นที่บริเวณท่าช้างแห่งนี้ เป็นเส้นทางเดินทัพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อไปประทับแรมที่วัดป่าโมกวรวิหาร ก่อนจะเดินทัพต่อไปทำสงครามยุทธหัตถีที่ดอนเจดีย์

2. **ศูนย์ตุ๊กตาชาววังในพระบรมราชินูปถัมภ์**
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับชาวบ้านบางเสด็จเป็นอย่างมาก ทรงส่งครูมาช่วยสอนให้ชาวบ้านปั้นตุ๊กตาชาววังจากดินเหนียว ทำให้ชาวบ้านมีงานทำ มีรายได้มากขึ้น เกิดการรวมกลุ่ม มีความรักและความสามัคคี

ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดท่าสุทธาวาส เป็นอาคารไทย 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นพื้นที่แสดงผลงาน จำหน่ายผลิตภัณฑ์ และสาธิตการปั้นตุ๊กตาชาววัง ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของชุมชน

ในปี พ.ศ. 2519 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาที่บางเสด็จ พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากของราษฎรจากปัญหาน้ำท่วม จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ตุ๊กตาชาววังขึ้น

ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดอ่างทอง และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

3. **วัดท่าสุทธาวาส**
เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นเส้นทางเดินทัพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยสมเด็จพระนเรศวร

ปัจจุบัน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงรับไว้ในพระราชอุปถัมภ์ และมีการจัดสร้างพลับพลาที่ประทับกลางสระน้ำ พระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รวมทั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ

ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอย่างงดงาม ได้แก่ ภาพไตรภูมิ ภาพเรื่องมหาชนก ภาพลายรวงข้าวซึ่งเป็นสัญลักษณ์จังหวัดอ่างทอง และภาพสงครามยุทธหัตถี

ยังมีภาพผลมะม่วง 4 ผล ซึ่งเป็นฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ อยู่บนผนังโบสถ์ด้านซ้ายมืออีกด้วย

พระประธานภายในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปหินทรายปั้นปูนปิดทอง ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อยิ้ม” เพราะมีพุทธลักษณะคล้ายกำลังอมยิ้ม เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิราบ

ความพิเศษของวัดแห่งนี้คือ บริเวณรอบวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก ตามแนวคิดของพระครูสุทธิสารนันท์ เจ้าอาวาส ที่ต้องการให้เป็นทั้งสถานที่พักผ่อน ศึกษาธรรม และเป็นที่อยู่อาศัยของนกและสัตว์ต่าง ๆ
แชร์เนื้อหา: